วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

19 ตค.54

ออกจากบ้านตั้งแต่ก่อน 6 โมงเช้า กินข้าวมันไก่ (ต้ม) 25 บาท
เดินไปเรื่อย ๆ ข้ามสะพานลอยหน้าทางเข้านิคมฯ อมตะนคร (สะพานลอยสูงไม่พอที่จะให้กระโดดฆ่าตัวตาย สงสัยต้องหาที่ใหม่)
*
รถทัวร์สายพัทยา-กรุงเทพ รออยู่ รีบข้ามถนนขึ้นรถ ลงเอกมัย
*
นั่งรถเมล์ สาย2 (ฟรี) ลงหน้า Central World นั่งสาย 77 (ฟรี) เข้าสีลม
*
ขากลับมึน นั่งหลายต่อ เข้าเพชรบุรีตัดใหม่ นั่งมอฯ ออกมาป้าย สาย 38
20 บาท
*
แป๊ปนึงมีสาย 136 มา หมดไปหลายตังค์
*
ถึงร้าน
บอกมาเบิกตังค์ค่าเช่าของป๊า 2,000
คุณนายวิภา "อะไร นี่เพิ่งวันที่เท่าไหร่ ใช้เงินหมดแล้ว ใช้เงินหมดแล้วเหรอ
อะไร ทำงานเงินเดือนไม่พอใช้รึไง ทำงานเงินเดือนไม่พอใช้รึไง"
ตอบแบบไม่มองหน้า "ถ้าพอ จะมาเรอะ"
คุณนายเดินไปหยิบสตางค์ ให้ 2,000 ถ้วน ไม่มีคำถามอื่นใด ไม่มีค่ารถให้แม้แต่บาทเดียว
*
เก็บเงินของคุณนายไว้ให้ลูกที่แสนดี หลานที่แสนน่าสงสาร คงต้องส่งเรียนให้จบปริญญาเอก
*
ต้องคิดอย่างนี้ เราไม่ใช่ลูกเขา... สมบัติพ่อไม่ทิ้งไว้ให้สักชิ้นเดียว นอกจากเศษเงิน 7,000 บาท
โกงคุณนายวิภามาอีก 7,000 เป็น 14,000 แต่ลูกชายคนโตของคุณนายได้บ้านและที่ดิน
2 แห่ง คู้ซ้าย คู้ขวา ซอยไมตรีจิต ปากซอยบึงนายพล ค่าเช่าขายของหน้าบ้านซอยบึงนายพล
ค่าเช่าห้อง 20 กว่าห้อง..กินไปตาย ไม่ต้องทำมาหากินอะไร ลูกเมียก็สบาย ไม่ต้องทำงานอะไร
ก็มีกินมีใช้
*
ลูกชายคนแรกของป๊าก็ไม่ได้สักบาทเดียว ลูกเมียเขาก็มี คงอดอดอยากอยาก ไม่สบายเหมือนลูกชายคนโตของคุณนายวิภา ลูกชายคนเล็ก เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องทำงานอะไร ยังได้ที่ดินเปล่า 1 ผืน
*
ส่วนเรา ลูกสาวคนเดียวของบ้านนี้ (ตอนนี้คงไม่ใช่แล้วล่ะ) ลูก ผัว ไม่มีหาเลี้ยง อายุ 45 แล้ว
น้ำหนักตัวก็เยอะ นั่งกับพื้น ก็ขาชาไปหมด
ยืนทำงานทั้งวัน
*
ล้างห้องน้ำ เดินถูพื้น ทำจนครบ 5 วัน เขาให้ยืมเงิน กว่าจะได้เงินก็สิ้นเดือน คงไม่ทันแล้วล่ะ
ได้ก็แค่ 750 จะไปพอกินอะไร ไม่พอจ่ายค่าเช่า ค่ามัดจำห้องยังไม่ได้จ่าย
*
อาการก็คือ ต้นขาซ้าย ด้านนอกยาวลงมาเกือบถึงเข่า เวลาเดินชา แสบ ๆ เหมือนเลือดไม่เดิน
ฝ่าเท้าข้างขวา ง่ามนิ้วก้อยลงมาเกือบครึ่งฝ่าเท้า ชา เหมือนบวม ๆ เวลาเดิน เหมือนไม่มีความรู้สึก
เหมือนไม่มีกล้ามเนื้อส่วนนี้...ฝ่ามือ (เวลาถูม็อบก็กำแน่น กดเวลาหมุนไม้ม็อบ ถูให้สะอาดหน่อย)
ฝ่ามือ ขวา ติดกับข้อมือ เอาส่วนนี้กระแทกก้านด้ามร่มเบา ๆ ถึงรู้ว่ามันเจ็บมาก นี่ 2 วันแล้ว
ก็เจ็บน้อยลงนิดหน่อย ข้อมือนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้าง ก็เจ็บ ๆ ตึง ๆ เหมือนเกือบจะพับไม่ลง
*
ถ้ากูไม่ตาย พวกมันจะไม่มีวันมีความสุขเลย กูรู้ ยิ่งคุณนายวิภา (แม่แท้ ๆ) ในนิทานยังมีแต่แม่เลี้ยงใจร้าน นี่แม่แท้ ๆ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร (คงไม่เคยมีแม่แบบนี้บนโลกนี้อย่างแน่นอน) "มึงบอกไม่เอาสมบัติ แล้วมึงจะมาเรียกร้องเอาอะไร ..ถ้าอยากได้ก็ไปเอากับอีดอก (ดำ) โน่น มันเอาไป 3 แสน 4 แสน" สาธุ ยกมือท่วมหัว ฟ้ามีตา ฟ้ามีตา ฟ้ามีตา... กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง ทวีคูณ ร้อยเท่า พันเท่า
*
ถ้ากูเป็นคนดี ไม่คิดร้าย ไม่ให้ร้ายใคร ไม่โกง ไม่แย่งสมบัติใคร ขอให้กูเจริญ เจอคนดี มีน้ำใจ มีแต่คนช่วยเหลือ
*
ห้องเก่า 2,500+2,500 เป็น 5,000 ของห้องใหม่ 2,000+1,400 เป็น 3,400
รวม 2 ห้อง เป็น 8,400 เกือบหมื่น คงต้องให้เจ้าของหอยึดข้าวของไปก่อน อะไรมั่งก็ไม่รู้
แต่เขาคงไม่เอาหรอก ไม่มีของมีค่าอะไรเลย.. เราก็มีแต่ตัว ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรติดตัวเลย
*
พ่อไม่ให้ แม่ก็ยึดคำพูดพ่อ (ตอแหลรึเปล่าก็ไม่รู้ หรืออาจจะจริง) "เขาไม่ได้สั่งให้มึง เขาไม่ให้อะไรมึงเลย..ตอนแรกไม่ให้เงิน จะให้เฝ้าร้านขายโชห่วย ขายวันละ 100 200 ก็พอกินแล้ว ตอนหลังกลับใจให้เงิน 2,000 (แต่ก็ติดบุญคุณของคุณชายสุชาติ สุพรรณโกมุท ที่คุณนายวิภาบอก เขาใจดีให้มึงเพิ่มอีก 1,000 เป็น 2,000 เชียว) แต่แม่งได้ทรัพย์สินไป ไม่มีความคิดที่จะให้พี่ให้น้อง มันฮุบไว้คนเดียวจนหมด
บ้านและที่ดิน 2 ที่ รถกระบะ 1 คัน (ตีเป็นเงินก็ยังน่าจะเป็นแสนบาท แต่พวกมันก็ไม่ให้อะไรแม้แต่ชิ้นเดียว) เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น มันก็ไม่ตีราคา ที่จะให้เป็นเงินสดเราแม้แต่บาทเดียว
*
แก่จะตายห่าแล้ว 45 แล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าไม่ยอมเป็นทาสเฝ้าร้านขายโชห่วย เพื่อเป็นไม้กันหมา
ไม่ให้ 2 อา หลังแบงค์บัวหลวง มาด่า... ก็ต้องไปทำงานขายแรงงานแลกเงินมากินข้าว ถ้าไม่พอก็ช่วยไม่ให้ คุณนายวิภาเขาไม่ให้สักบาท..นอกจาก 2,000 หรือไม่ก็เศษเงินเล็กน้อย.."เอาไปอีก 2,000 แล้วไปทำมาหากินเอาเอง ให้รอดก็แล้วกัน" แต่ลูกชายคนโตของมันมันต้องทำมาหากินอะไรก็มีทรัพย์สมบัติ ค่าเช่าบ้าน กินไปตลอดชีวิต ตลอดจนลูกเมีย (ใหม่) ของมัน ลูกเมียเก่าก็ได้เท่านั้นแหละ..
*
ห้องที่บ้านดินแดง ชั้น 3 พวกมันก็อยู่อย่างสุขสบาย ... ไม่รู้ว่าส่วนไหนของบ้านนี้ที่เรียกว่า "บ้าน" (แต่เป็นห้องเก็บของ ดาดฟ้า ที่โครตร้อนเลยเวลากลางวัน บางคืนก็ร้อน.. ก็เจ้าของบ้านเขาให้อาศัยแค่นี้ก็ดีหนักหนาแล้ว..มึงจะเอาอะไร.. เขาให้อยู่ห้องเก็บของ ซึ่งไม่เคยมีลูกของคุณนายวิภาคนไหนได้รับเกียรติเช่นนี้มาก่อน นอกจากเรา "น.ส.สุวรรณา สุพรรณโกมุท" 45 ขวบ (แก่จะตายห่าแล้ว)
แต่ลูกชายคนโตของเขา 49 มีบ้านและที่ดิน ค่าเช่าบ้าน เปอร์เซ็นต์จากการเก็บค่าเช่าบ้านให้คุณนายวิภา ลูกชายคนเล็ก 41 ได้ที่ดินเปล่า มูลค่า 3 สิ่งนี้ก็ไม่รู้เท่าไหร่ ไม่ได้สนใจ..รู้แต่ว่าชาตินี้ ชีวิตนี้ กูจะต้องทำงานขายแรงงาน วันละไม่ถึง 200 เพื่อหาเงินกินข้าว ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ..ฯลฯ
*
แต่ลูกชาย 2 คน ไม่ต้องทำอะไร มีกิน มีใช้ มีทรัพย์สิน มรดกไว้ครอบครอง คนละชิ้น 2 ชิ้น (ตีราคามูลค่าแบบตัวเลข ทุเรศ ทุเรศ ก็เป็นหลักล้าน แต่เรามีเงินใช้แค่ 14,000 ซื้ออุปกรณ์ถักไหมพรม ก็หมดแล้ว กิน ใช้ ค่ารถ จะเหลืออะไร กว่าจะฝึกถักเสื้อเสร็จแต่ละตัว ต้องใช้เงินเยอะ..ก็ได้แค่นี้แหละ
*
ถ้าเป็นคนอื่น คุณนายวิภาคงพูด "จะยืมเท่าไหร่ เดี๋ยวให้ไอ้ป๊อปไปโอนให้ทันที ไม่ต้องรีบคืน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน ถ้าไม่พอ จำเป็นต้องใช้อีกก็โทร.มาบอก จะเรียบไปโอนเงินให้"
*
คุณหลานสาว ซินเดอ "หลิน" ลา .. ผู้น่าสงสาร ให้เงินไปเรียนปริญญาโท.จบจน ป่านนี้คืนมาสักบาทแล้วหรือยัง..ลูกแท้ ๆ มันไล่ให้ไปหากินเป็นลูกจ้าง ขายแรงงาน..ไม่พอกินก็เรื่องของมึง จะได้พูดได้
"ก็ให้มันทำหากิน ขายโชห่วย สบาย ๆ ให้มันวันละ 200 แล้ว มันไม่เอาเอง ช่วยไม่ได้..เตี่ยมันไม่ได้สั่ง ไม่ได้ให้อะไร เตี่ยมันบอก "ให้ไอ้ปูมันทำมั่ง" พูดเหมือนกูไม่เคยทำอะไรเลย มาตั้งแต่เด็ก
*
ชั่งแม่ง ถ้ามันชั่ว เวรกรรมต้องตามทัน ฟ้ามีตา พวกมันต้องน้ำท่วม ไฟไหม้บ้าน ฟ้าผ่า พายุพัดบ้านพังลูกเมีย ให้มีอันเป็นไป ภายใน 3 วัน 7 วัน..แม่มันเป็นอะไรไป ก็จะไม่มีลูกหลานไปดูแล..เหมือนที่มันทำกับเตี่ยมัน..นั่นแหละ
เพราะลูกชายคนโตของมันต้องไปทำมาหากิน...สาธุ สาธุ สาธุ
*
ไม่ต้องแช่ง ก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้
*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น