วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมษายนแล้วจร้า..มารับประทานข้าวแช่กัน..

http://th.lifestyleasia.com/th/features/wine-and-dine/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%A5-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%AF-7383 * ข้าวแช่ทรงเครื่อง โดย เชพปุญญวัลย์์ เพชรมณี..นิตยสาร ครัว นสพ.แสงแดด.. หัวหอมแดงยัดไส้ ไม่ได้บอกไว้ว่าบรรจุไส้ด้วยอะไร.. ขั้นตอนแรก น้ำลอยดอกไม้...น้ำต้มสุกหรือน้ำกรอง 10-15 ถ้วย / กุหลาบมอญ 3 ดอก (สีชมพูเข้มกลีบดอกซ้อน ๆ กัน) / กระดังงา 5 ดอก (เคยเห็นกลีบยาว ๆ บาง ๆ แถวบ้านมีปลูกบ้านนึง) / ชมนาด 30 ดอก (ไม่เคยปลูก เคยเห็นแว๊บเดียว จำไม่ได้หน้าตาเป็นอย่างไร) / ดอกมะลิ 5 ดอก (ต้องปลูกเอง..ไม่โดนยาฆ่าแมลง) เทียนอบสำหรับอบควันเทียน...คือการเตรียมหม้อดินมีฝาปิด หรือภาชนะมีฝาปิดสนิทสะอาดสำหรับใส่น้ำลอยดอกไม้ โดยที่จุดเทียนที่ไส้(เืทียนอบขนมไทย)ให้ติดไฟ มีกลิ่นหอม จึงเป่าให้ดับ มีควันลอยกระจาย รีบปิดฝา ควรอบควันเทียนนี้ประมาณ 4-5 ครั้ง ช่วงระยะเวลา ห่างกันทุก 2-3 ชั่วโมงจนความหอมเข้าเนื้อหม้อ ...ดอกไม้ที่ใช้ลอยมีทั้งดอกกุหลาบมอญ กระดังงา ชมนาด และดอกมะลิ เชฟปุญญวัลย์เล่าถึงความละเอียดอ่อนของข้าวแช่ตั้งแต่การเก็บดอกไม้ "มะลิและชมนาดเลือกเอาที่ดอกตูม ๆ เก็บเวลา่เย็นก่อนค่ำ และเตรียมลอยน้ำ (ตำราอื่นบอกให้ปลิดขั้วดอกมะลิออกก่อนอย่างเบามือ ก่อนนำดอกมะลิลอยในน้ำ..ส่วนชมนาด ไม่รู้ค่ะ) รุ่งเช้าดอกจะบานและหอพอดี จึงช้อนดอกไม้ออก กรองน้ำด้วยผ้าขาวบาง กระัดังงาไทยเลือกเอาแต่ดอกสีัเหลืองอมเขียว ไม่แก่่ ไม่ช้ำ นำด้านกระเปาะมาลนไฟ กลิ่นจะหอมฟุ้ง ก่อนปลิดเด็ดเอาแต่กลีบไว้ใช้ ดอกกุหลามอญค่อย ๆ ประคองตรงขั้ว เด็ดเอาแต่กลีบดอกออกเบา ๆ อย่าให้เกสรลงมาปนด้วย (สมัยเรียน อาจารย์สอนร้อยมาลัย จับโคนดอก อีกมือขยุ้ม 5 นิ้ว ดึงออกจากขั้วทั้งดอก จะช้ำมั๊ย ไม่รู้อีกเหมือนกัน) // ใส่น้ำต้มสุกลงในหม้อดินอบที่ควบควันเทียนแล้ว นำดอกไม้ที่เตรียมไว้ลงลอย เคล็ดลับคือเมื่อจะลอยดอกไม้้ น้ำต้องนิ่ง และเมื่่อลอยดอกไม้ลงในน้ำ ไม่ควรย้ายไปมา ทำให้น้ำกระฉอก ดอกไม้จะช้ำกลิ่นจะไม่หอม ปริมาณน้ำที่ใส่ในหม้อควรให้มีพื้นที่เหลือ 1/3 ของภาชาชนะ ถ้าอากาศร้อนสามารถนำน้ำลอยดอกไม้เข้าเย็นช่องธรรมดาได้ แต่ต้องไม่เย็นจัด...****/////// หุงข้าว... ข้าวหอมมะลิเก่าค้างปีเม็ดเรีียวยาว 1 ถ้วย / น้ำ 5 ถ้วย / น้ำมะนาว 2 ชต. /****ขั้ันต่อมาเป็นวิธีการหุงข้าว ใช้ข้าวหอมมะลิเก่าค้างปี นำมาซาว 2-3 ครั้ง จนสะอาด ใส่ตะแกรงผึ่งให้แห้ง ใส่น้ำลงในหม้อต้ม รอจนเดือดแล้วใส่น้ำมะนาว (จะช่วยให้เม็ดข้าวใส) พอเดือดอีกครั้งใส่ข้้าวลงไป คนด้วยทัพพี อย่าให้ข้าวติดก้นหม้อ ต้มประมาณ 4 นาที จนเป็นตากบ (ข้าวที่หุงสุกไม่หมด เป็นไตอยู่ด้านใน) เทใส่ตระแกรงกรองแล้วเปิดน้ำล้างเม็ดข้าวทันทีไม่ให้ข้าวสุกต่อ (อาจใส่น้ำแข็งเืพื่ออช่วยให้ข้าวหายร้อนเร็วขึ้น) นำข้าวเกลี่ยใส่ตะแกรงไม้ไผ่ที่วางบนปากอ่างที่ใส่น้ำไว้เต็ม เปิดน้ำผ่านเบา ๆ ขัดข้าวโดยใช้ฝ่ามือสีข้าวกับตะแกรงไม้ไผ่เบา ๆ จนข้าวหายเป็นเมือกและเริ่มใสเป็นเงา สังเกตจากน้ำที่ออกมาจากข้าวเริ่มใสขึ้น นำข้าวที่ขัดแล้วห่อใส่ผ้าขาวบาง นำข้าวไปนึ่งในลังถึงประมาณ 5 นาที พอข้าวสุกดี นำข้าวเกลี่ยออก พักไว้ให้เย็นสนิท... (ในภาพจะมีถ้วยเล็ก ๆ อยู่ตรงลังถึง ใส่กลีบดอกไม้หอมทุกอย่าง)*****/////***** ลูกกะปิ ...ข่าอ่อนหั่นชิ้นบางเล็ก 1 ชต. / เกลือป่น 1 ชช. / ปลาดุกย่างแกะเอาแต่เนื้อ 1 ถ้วย - ปลาเนื้ออ่อนย่างกรอบ 1/4 ถ้วย / มะพร้าวคั่วเหลืองกรอบ 1/2 ถ้วย / หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย+2 ชต. / กระเทียมหั่นหยาบ 2 ชต. / ตะไคร้หั่นฝอย 1/4 ถ้วย / รากผักชีหั่นหยาบ 2 ชต. / กระชายหั่นหยาบ 3/4 ถ้วย / กะทิ 1 1/2 ถ้วย / กะปิอย่างดีปิ้งจนหอม 1/2 ถ้วย / น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย / น้ำปลา 2 ชช. / โขลกข่ากับเกลือป่นจนได้น้ำข่า ประมาณ 1 ชต. / นำเนื้อปลาดุกมาขยำกับน้ำข่า จนได้เนื้อปลาเบาฟูกละขาว ปลาเนื้่ออ่อนย่างกรอบโขลกให้ละเอียด มะพร้าวคั่วเหลืองกรอบ ตำให้ละเีอียด มีน้ำมันของมะพร้าวออกมา...ใส่หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ รากผักชี และกระชาย ลงในเครื่องปั่น เปิดเครื่องปั่นพร้อมกับค่อย ๆ ใส่กะทิลงไปจนดหมด ปั่นจนได้ส่วนผสมที่เนียนละเอียด ใส่กะปิ มะพร้าวคั่วเหลือง และเนื้อปลาทั้ง 2 ชนิด ลงปั่นจนละเอียดอีกครั้ง.. นำกระทะทองเหลืองตั้งไฟกลาง พอเริ่มร้อน จึงใส่ส่วนผสมที่ปั่นไว้ลงไป กวนจนส่วนผสมเริ่มร้อน ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา กวนจนแห้ง เกลี่ยนลงถาดพักไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นลูกเล็ก ๆ ผึ่งไว้พอให้ผิวด้านนอกลูกกะปิพอผิวตึงแห้ง ก่อนไปไปชุบทอด /////*****//// พริกหยวกสอดไส้ ///***รากผักชีหั่นฝอย 2 ชต. / กระเทียม 2 ชช. / พริกไทยขาวป่น 20 เม็ด (น่าจะไม่ป่นนะ) / หมูส่วนสะโพกสับละเอียด 1 ถ้วย / เนื้อกุ้งสดสับละเอียด 1/4 ถ้วย / น้ำปลา 2 ชต. / น้ำตาลมะพร้าว 1 ชช. / ไข่แดงของไก่ไก่ 1 ฟอง / แป้งมัน 1 ชต. / พริกหยวกเม็ดเ็ล็กสั้น 10-15เม็ด / ส่วนผสมหรุ่ม ไข่เป็ดหรือไข่ไก่ 4 ฟอง / น้ำมันพอประมาณ / วิธีทำ ...โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด ตักขึ้นใส่อ่างผสม เคล้าให้ทั่วกับหมูสับและกุ้งสับ ปรุงรสด้วยน้ำำปลา น้ำตาล เคล้าให้เข้ากันจนเหนียว ใส่ไข่แดงเพื่อให้เนื้อนุ่มเนียน ใส่แป้งมัน นวดให้เหนียวเข้ากันอีกครั้ง *** ล้างพริกหยวกให้สะอาด ซับหรือผึ่งให้แห้งแล้วคว้านไส้ออก เก็บขั้วพริกไว้ ทำจนหมด บรรจุไส้ลงในพริกหยวก ปิดด้วยขั้วพริก กลัดด้วยไม้จิ้มฟันให้แน่น นำไปนึ่งจนสุกประมาณ 8-10 นาที พักไว้จนหายร้อน นำไม้กลัดออก /// ทำหรุ่ม โดยตีไข่เป็ดหรือไข่ไก่พอเข้ากัน นำไปกรองด้วยตะแกรงตาถี่หรือผ้าขาวบางจนหมดเหมือก โรยไข่เป็นตารางในกระทะแบน (ในภาพมีกรวยโรยไข่่ 3 รู..3 กรวย) พอตารางไข่สุกเล็กน้อย แซะออกจากระทะำ นำไปหุ้มพริกหยวกที่ใส่ไส้แล้ว กลัดด้วยไม้จิ้มฟัน นำไปทอดในกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ จนตารางไข่ฟูเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน นำไม้กลัดออก *****/////***** ไช้โป๊ผัดหวาน.../ ///***น้ำมันพืช 2 ชต. / กระเทียมสับละเอียด 1 ชต. / หัวผักกาดเค็มหั่นฝอย (ไช้โป๊) 1 ถ้วย / น้ำตาลมะพร้าว 1/4 ถ้วย / น้ำ 1/4 ถ้วย //วิธีทำ ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมัน กระเทียมลงเจียวพอหอม ใส่หัวผักกาด ผัดจนสกุกดี จึงเติมน้ำตาลและน้ำ ผัดไฟอ่อนจนแหังและเหนียว*****/////*** * ปลายี่สนผัดหวาน.... ปลายี่สน 200 กรัม / น้ำมันพืช 2 ชต. / น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย / น้ำ 1/4 ถ้วย..วิธีทำ นำปลายี่สนล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 2-3 น้ำ (ในภาพเหมือนปลาตากแห้ง..แผ่แบแบบผีเสื้อ ไม่มีหัวปลา) ใส่้น้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด นำปลาลงต้มจนสุกนุ่ม ตักขึ้นล้างน้ำสะอาดอีกที แกะหนังและส่วนที่เป็นเนื้อสีน้ำตาลดำและส่วนแข็งออก ผึ่งพอแห้ง แล้วนำเนื้อปลาไปโขลกขจนเนื้อปุย นำกระทะตั้งบนไฟกลางใส่น้ำมัน เทปลาลงคั่วสักครู่ ใส่น้ำตาลและน้ำ ลดเป็นไฟอ่อน ผัดจนเนื้อปลาวาวฉ่ำ (จำคลับคล้ายคลับคลา..สมัยครั้งกระโน้น.. เขาใช้ "ปลากระเบน" มิใช่รึ" ///// ***** ///// การทอดเครื่อง ส่วนประกอบ ไข่เป็ด 2 ฟอง / แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย / น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย / แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย / น้ำมันสำหรับทอด 3-5 ถ้วย...วิธีทำ ตีไข่เป็ดในชามผสมด้วยตะกร้อพอเข้ากัน ใส่แป้งข้าวเจ้า น้ำปูนใส ตีด้ัวยตะกร้อ พักไว้ ในจานอีกใบ ใส่แป้งสาลีไว้สำหรับเคล้าลูกกะปิและหอมแดง / ใส่น้ำมันลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง นำลูกกะปิเคล้าแป้งสาลีบาง ๆ ใหัทั่ว แล้วนำลงในไข่ที่ทำไว้ สงขึ้นทันที แล้วนำลงทอดในน้ำมันที่ร้อนได้ที่ พอลูกกะปิเิหลือง ตักขึ้นไว้ไว้จนสะเด็ดน้ำมัน...เตรียมทอดหอมสอดไส้ โดยนำหอมแดงที่ใส่ไส้แล้วชุบลงในไข่ที่ทำไว้ สงขึ้นเคล้าแป้งสาลีบาง ๆแล้วชุบลงในไข่อีกทีก่อนลงทอดจนเหลือง ตักขี้นสะเด็ดน้ำมัน

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

หมูชะมวง ..ชาวระยองฮิ...

เครื่องปรุง หมูเนื้อแดง 1 กก. / ใบชะมวง 4-5 ถ้วย / น้ำตาลปี๊บ ประมาณ 4-6 ชต. / น้ำปลา ประมาณ 7-8 ชต. ****เครื่องน้ำพริก พริกแห้งแดง ๆ เม็ดใหญ่ 1-2 เม็ด / พริกไทย 1 ชช. / ข่า 2 ชช. / หัวหอม 6 ชต. / กระเทียม 4 ชต. / กะปิ 1 ชต. / เกลือ 1 ชช. / วิทำ 1.เนื้อหมูหรือหมูสามชั้นขูดหนัง ล้างให้สะอาดใส่ตะแกรงผึ่งให้สะเด็ดน้ำ หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมโตประมาณ 1"x1" 2.ใบชะมวง เลือกใบที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป พับสอง ฉีกเส้นกลางใบออก ล้างน้ำผึ่งให้สะเด็ดน้ำ พอแห้งปิ้งไฟนิดหน่อย พอตายนึ่งจะทำให้ใบชะมวงหอม มีรสอร่อยขึ้น ระวังอย่าให้สุกเกินไป แล้วฉีกเป็นชิ้น ๆ ใบหนึ่งประมาณ 2-3 นิ้ว พักไว้ 3.เผา ข่า หัวหอม กระเทียม กะปิให้สุก หอมกระเทียมปอกเปลือกออก ข่าหั่นฝอย โขลกเครื่องน้ำพริกทั้งหมดให้ละเอียด ใส่หัวหอมเผาหลังสุด เพราะไม่ต้องการให้หัวหอมละเอียดมาก เพื่อจะวยให้น้ำแกงข้น 4.ตั้งกระทะใส่น้ำมันนประมาณ 3-4 ชต. ตักเครื่องน้ำพริกลงผัดให้หอม ใส่หมูลงผัดให้สุก ใส่น้ำตาล ผัดพอเข้ากันดี ใส่ใบชะมวงผัดพอใบนุ่มตักใส่หม้อ ใส่น้ำพอท่วมหมู แล้วเคี่ยวไฟรุมๆ พอหมูเปื่อยชิมรสให้ได้ 3 รส ตามชอบ ถ้าไม่เปรี้ยว จะเติมน้ำส้มมะขาเปียกเล็กน้อยก็ได้ เคี่ยวพอหมูเปื่อยน้ำขลุกขลิก ไช้ได้ ..หมาเยหตุ หมูชะมวง ถ้าจะให้อร่อยต้องต้มค้างคืน รสชาติจะเข้มข้นขึ้น ใบชะมวงนี้ ลักษณะคล้ายใบมะดัน เป็นไม้ขึ้นตามป่า มีมากแถบระยองลงไปถึงจันทบุรี ตราด เป็นอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของชาวเมืองแถบนั้น

หลิน พิมพา สุพรรณโกมุท.. จานโปรดของอาอึ้ม.. ผักกาดดองแบบอร่อย..ใส่ข่าแห้งโขลกละเอียดเป็นฝอย ๆ ด้วย.หวังว่าเธอคงทำให้อาอึ้มเธอกินได้นะคะ

หลิน พิมพา สุพรรณโกมุท.. จานโปรดของอาอึ้ม.. ผักกาดดองแบบอร่อย..ใส่ข่าแห้งโขลกละเอียดเป็นฝอย ๆ ด้วย.หวังว่าเธอคงทำให้อาอึ้มเธอกินได้นะคะ / มันเทศต้มขิง... ถั่วเขียวข้มน้ำตาล.. บะหมี่หวาน.. (อย่าปล่อยให้อืดมาก ชิมหวานก่อน อย่าให้หวานมาก..เดี๋ยวเบาหวานจะขึ้นปรี๊ด) "กูไม่มีให้มึงแล้วนะเงินน่ะ" แต่สำหรับหลิน พิมพา สุพรรณโกมุท ผู้น่าสงสาร ถูกอาตบ..จนทนไม่ได้ ต้องหนีออกจากบ้าน..มาให้อาอึ้ม เลี้ยง..ส่งเรียนปริญญาโท นิด้า.. อีกไม่นาน ฉันเชื่อว่าเธอก็คงจะจบปริญญาเอก..น่าจะจุฬาฯ นะ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้..อาอึ้มจะได้ภูมิใจ...

เทคนิค ปอเปี๊ยะทอง อ.ศรีสมร คงพันธุ์ อาหารหลายรส สนพ.แสงแดด (ปีนี้ไม่ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ ไม่มีตังค์อ่ะ)

เทคนิค ปอเปี๊ยะทอด อ.ศรีสมร คงพันธุ์ อาหารหลายรส สนพ.แสงแดด (ปีนี้ไม่ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ ไม่มีตังค์อ่ะ) / ปอเปี๊ยะทอด อย่าปล่อยให้แป้งปอเปี๊ยะถูกลม ห่อให้แน่น อย่าติดแป้งเปียกมาก เมื่อทอดจะไม่กรอบตรงส่วนนั้น การทอดใช้น้ำมันมาก ไฟไม่แรง น้ำม้นร้อน อย่าใส่จนเต็มกระทะ ทอดให้เหลืองทั่ว ใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน กินเมื่อสุกใหม่ ๆ จึงจะอร่อย ถ้าต้องการเก็บไว้นาน ๆ ต้องใส่ถุงหรือกล่องปิดให้สนิท ใช้เป็นอาอาหารระหว่างมื้อได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ **** ข้าวซอยไก่ วิธีจัดเสิร์ฟ ตักเส้นบะหมี่ใส่ในถ้วยประมาณ 1-2 ก้อน ตักน้ำข้าวซอยราดให้ท่วม ตักหอมดอง (หรือหอมแดงคะ)ผักกาดดอง ใส่ลงในชามมากน้อยตามชอบ (ประมาณอย่างละ 1-2 ชต.) ใส่พริกป่นผัดตามชอบ ใส่เส้นทอดโรยหน้า ...หมายเหตุ ข้าวซอยเป็นอาหารของจีนฮ่อทางภาคเหนือ ถือกันว่าเป็นอาหารชาวเหนือ มีวิธีทำต่าง ๆ กัน ถ้าเป็นข้าวซอยเนื้อ ใส่ข่าเผาหรือคั่วประมาณ 1 ชต. ในเครื่องแกง บางตำรับผักกาดดองจะใส่ข่าซอยบาง ๆ และใส่พริกป่นในผักกาดดอง คำว่าซอยแปลว่าหั่น เส้นที่ใช้มักจะทำบะหมี่ทำกันเอง เมื่อคลึงแป้งแล้วก็หั่นเป็นเส้น ๆ เส้นที่ใช้ทอดมักจะใช้ขนาดใหญ่เท่าเส้นที่ลวก ข้าวซอยเป็นอาหารจานเดียว เหมาะเป็นอาหารกลางวัน ถ้าได้กินสับปะรดหรือผลไม้เป็นขนมหวาน นับว่าเป็นอาหารจานเดียวที่ครบถ้วนในแง่ของโภชนาการ แต่ต้องตั้งไฟให้อุ่น ๆ จึงจะอร่อย ******

เอากระทะไป ขายลูกชิ้นทอดไปก่อน..ที่นี่ไล่เมื่อไหร่ ค่อยขนเอาไปขายต่อ.. ตู้แช่หลายใบก็หลายหมื่นนะ..

เอากระทะไป ขายลูกชิ้นทอดไปก่อน..ที่นี่ไล่เมื่อไหร่ ค่อยขนเอาไปขายต่อ.. ตู้แช่หลายใบก็หลายหมื่นนะ../ ตะหลิวเอามั๊ย เอาไปก่อน.. ขายลูกชิ้นทอด.. / ทำทีละน้อยก่อน..(กลัวเจ๊ง) กูไม่มีให้มึงอีกแล้วนะ.. เอ..แล้วเราจะเอาหม้อที่ไหนไปทำน้ำจิ้ม.. (หม้อซื้อมาทำไม..แดกไม่ได้..ก็เลยไม่ได้ซื้อเอาไว้) แก้ไขปัญหา ช่วยเหลือตัวเองไปละกัน.. แล้วโต๊ะตั้งขายของจะเอาที่ไหน..สงสัยต้องวางกับพื้น.. อิจฉาสิ นังปู สุวรรณา สุพรรณโกมุท ขี้อิจฉาจะตาย.. อิจฉา คนที่เขาขายลูกชิ้นทอด ยังมีรถเข็นเดินขายทั้งซอย.. บางคนมีจักรยาน เอาไปต่อพ่วงเป็น 3 ล้อ ผู้หญิงถีบจักรยานพ่วงไปขายของกิน..เห็นแถวห้วยขวาง..

ใช้เงินคืนน้อง 7-11 อีก 200 บาทแล้ว..วันหลังน้องต้องฟังให้ดี นะครับ.. ส่วนพี่ก็ต้องพูดให้ฟังด้วย ฮากันทั้งร้าน..

ใช้เงินคืนน้อง 7-11 อีก 200 บาทแล้ว..วันหลังน้องต้องฟังให้ดี นะครับ.. ส่วนพี่ก็ต้องพูดให้ฟังด้วย ฮากันทั้งร้าน..

KC จะ AEC แล้ว.. ข้างบ้าน 68/16 ซอยบุญอยู่ ผู้ชายท้วมอ้วน ใส่เสื้อลายสก๊อตลายสีแดง ใส่ผ้าปิดปาก "เสือกทำเตี้ยทำไม ทำให้มันสูงหน่อยซี่ น้ำจะไม่ไหลไปท่วม"...

KC จะ AEC แล้ว.. ข้างบ้าน 68/16 ซอยบุญอยู่ ผู้ชายท้วมอ้วน ใส่เสื้อลายสก๊อตลายสีแดง ใส่ผ้าปิดปาก "เสือกทำเตี้ยทำไม ทำให้มันสูงหน่อยซี่ น้ำจะไม่ไหลไปท่วม"... / 15.50 น. นังปู สุวรรณา สุพรรณโกมุท เดินจากซอยบุญชูศรี ถึงบ้าน 68/16 ซอยบุญอยู่..เห็นน้ำนองไหลเป็นทางยาว เต็มร่องยาว..ว.. มองด้วยความเซ็ง มองน้ำที่ไหลหยดลงมาจากกันสาดข้างบ้าน ไหลไม่หยุด..บ่นกับตัวเอง "จะทำยังไงกับไอ้น้ำที่มันนองไหลไม่หยุดอย่างนี้ดีนะ" บ่น บ่น บ่น บ่น... ทันใดนั้นเอง.ผู้ชายคนนี้ก็พูด (นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ Honda Wave สีเทา เก่าหน่อย ทะเบียน กนก กรุงเทพมหานคร 157 พื้นสีเหลืองเข้ม.. เดินมาจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วพูด ใส่ผ้าปิดปากอยู่ ตอนแรกไม่ได้ยินที่เขาพูด ได้ยินตอนท่เขาเดินมาแล้วพูดให้ได้ยินชัด ๆ (โดยที่เราไม่ได้มองหน้าเขา หรือถามเขาเลย) .."ก็ทำให้มันสูงหน่อยสี้ เสือกทำเตี้ยเองทำไม ทำให้มันสูง ๆ หน่อย เสือกทำเตี้ย น้ำมันก็ไหลไปท่วมน่ะสิ " / "อ๋อ..เหรอ.. เสือกทำเตี้ยเองใช่มั๊ย น้ำมันเลยไหลมาท่วม..ไม่มีปัญญาลงทุนเองเสียด้วยสิ" / "ทำให้มันสูง ๆ หน่อย..น้ำมันจะไม่ไม่ไหลไปท่วม" (พูดซ้ำพูดซ้ำ) จนผู้ชายคนนี้เปิดประตูเลื่อนสีน้ำตาล เข้าบ้าน 68/15 (เราก็ได้แต่ทุเรศ สังเวชในเวรกรรม.. น้ำท่วมน้ำนองเป็นแอ่งน้ำ ตลอดทั้งปีทั้งชาติ.วันก่อนเห็นรถป้อม ฝุ่นจับ จอดหน้าหน้า.. บนหลังคารถ มีรอยหยดน้ำ เป็นจุด ๆ กระจาย ครึ่งตายาวของหลังคารถ..คงเป็นเพราะ น้ำจากสายยางฉีดรดน้ำต้นไม้..กระเด็นใส.. บางทีก็จะเห็นเป็นรอยน้ำกระเด็ก เป็นแนวเฉียง ๆ.. คงเป็นเพราะมีคนฉีดน้ำล้างพื้น แล้วน้ำก็กระเด็นมาโดนรถ..) อ๊ะต่อ.. ด้วยความเซ็งสุดขีด.. เราก็เปิดประตูเหล็กเข้าบ้าน.. แล้วปิดประตูอัดโครมอย่างสุดแรงเกิด.. 1 ครั้ง..แล้วไง.. ก็มันเป็นเวรเป็นกรรม.. คนอื่นสบาย มักง่าย เอาเปรียบ.. เวลาเอาของขึ้นรถ ลงรถ.. ก็ขับเหยียบหน้าบ้านเราเพื่อให้จอดสะบาย รถบ้านเราก็จำเป็นต้องเหนียบหน้าบ้านเขาเพื่อจอดหน้าบ้านเรา แต่คนบ้านเราไม่เคยทำความเดือดร้อนให้บ้านเขา.. ไม่เคยพูดกวนตีนคนในบ้านเขาก่อน.. ..ช่างมันเถอะ..เป็นเวรเป็นกรรม.. โชคดี..ที่วันนี้ นังปู ไม่ว่าง.. เมื่อคืนคิดว่าจะไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดินแดง.. เดี๋ยวว่าง ๆ ก่อน.. ขอร่างสำนวน...ว่างเมื่อไหร่จะไปลงบันทึกประจำวัน..ที่สน.ดินแดง.. ประมาณว่า "ได้มีปากเสียงกับชายไม่ทราบชื่อ อยู่บ้านเลขที่ 68/15 ซอยบุญอยู่ KC ...เกรงว่าจะได้รับอันตรายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต.. จึงมาขอลงบันทึกประจำวันที สน.ดินแดง ไว้เป็นหลักฐาน..หากเกิดเหตุการณไม่คาดฝันกับข้าพเจ้า น.ส.สุวรรณา สุพรรณโกมุท ....ให้ติดตามสอบถาม หรือสอบสวนกับชายต้องสงสัยผู้นี้ด้วย (ไม่ใช่รายแรกที่นังปู ลงบันทึกประจำวันว่ามีเรื่องมีปากเสียงกับคนนี้ด้วย)...ตำรวจคงเหนื่อยหน่อยนะคะ..คือตัวคนเดียวค่ะ..มีเรื่องกับใคร..จะเล็กจะใหญ่ ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย..ให้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดินแดงไว้ก่อน.. เพื่อความสบายใจ..