กลับรถเที่ยว 10.10 ถึงกรุงเทพฯ 16.35 น. (เร็วเหมือนกัน)
*
เมื่อคืน แจ๋บอกคุณนายด้วยว่าทิ้งค่ารถไว้ให้หน่อยก็แ้ล้วกัน.. วันนี้ 5 เมย. บอกแจ๋ ขอค่ารถด้วย.. แจ๋บอก "แม่เอ็งเขาทิ้งค่ารถไว้ให้ 500" แจ๋เปิดซิปเสื้อหยิบให้ 1 พัน ...แจ๋กลัวว่าเอ็งจะเงินไม่พอใช้ เดี๋ยวแจ๋เคลียร์กับแม่เอ็งเอง
*
ถึงวินทัวร์ เตี้ย เอาค่ารถไปจ่าย แบงค์ 500 + 40 บาท (มีแต่ค่ารถจริงๆ)
*
ไปเชงเม้ง ทีมพวกอาคิ้ว เขาออกจากบ้านกันตั้งแต่ตี 5.30 น... เราไม่ได้ไปด้วย ตามทีมหงี่หยีไปไหว้ อากุ๊งอาม่า..ป๊า..ของแจ๋ แล้วจึงไปไหว้ป๊า และอากุ๊ง อาผอ.. นางมุ้ย เซี่ียงเหลียง ข้างขวา.. นายชิ้นหอ แซ่จง
*
ม๊ากลับรถเที่ยว 23.00 น. ฝนตกหนักก่อนหน้านี้ หยุดตกก่อน 22.40 น.(โดยประมาณ)
*
แจ๋บอก "แกห่วงขายของ"..ฝากคนผู้หญิงคนหนึ่งให้ช่วยพาแซ่หยีข้ามถนนด้วย..เขาบอกไปนครปฐม
*
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555
ขายของวันอาทิตญ คนเดียว อาจโดนปล้นได้ ขี้เหล้า ขี้ยาซะส่วนใหญ่
พอม๊าเดินไป เขาก็มองตาม ...การใส่เงินหลายพันไว้ในเก๊ะ มีคนเห็น ควรระวัง..วันอาทิตย์ ไม่มีใครอยู่บ้าน ณัฐกับแตง ลูกโกกิ (หมาน่ารัก ขี้ประจบ สีขาว น่าหมั่นไส้ รักสะอาด ไม่นอนพื้น ออกมาข้างนอกห้องนอน ต้องนอนนั่งบนเก้าอี้กิติมศักดิ์) วันอาทิตย์ คุณนายวิภา อยู่ขายของคนเดียว..อาจทำให้พวกขี้ยา ขี้เหล้า มาปล้นได้..
วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555
11 มีค.55 จะเขียนดีมั้ย แต่เขียนสักหน่อยดีกว่า เรื่องนี้ไม่ Share
หลายวันก่อน เดินออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ขากลับเดินเข้ามา เป็นเวลาสายมาก แดดร้อน..
*
เดินมาถึงตึกที่มีรถจอดอยู่ริมรั้ว มี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนทางฝั่งตรงข้าม..ฉันได้ยินเสียงรถยนต์ จึงหันไปมอง เพื่อดูว่าเข้ามากใกล้ขนาดไหน ปกติจะหลบรถยนต์ให้เขาไปก่อน..หันไปเห็น รถ "วอลโว สีขาว ทะเบียน..4190" จำได้ว่าเป็นรถของบ้าน "KC" กระจกใส สังเกตเห็นผู้หญิงรูปร่างผอมบางเป็นผู้ขับรถ..ก็หลบรถตามปกติ ยืนหลบเท้ายังเหยียบอยู่บนรางน้ำ ตัวฉันอยู่ใต้หลังคาบ้าน กะว่าเขาคงไปพ้น..หันไปอีกที เพราะรถยังไม่มาสักที..เห็นเขาหยุดรถ ให้ผู้ชายคนนี้เดินให้พ้นท้ายรถที่จอดริมรั้ว..ฉันก็รอ..พอคุณผู้หญิงเธอเร่งคันเร่ง..รถผ่านตัวฉันไป (ด้วยความรู้สึก ทำไมถึงได้ขับรถเร็วขนาดนี้..ทั้งที่ปกติ รถขนาดใหญ่เวลาขับกัน จะชะลอความเร็ว ช้า ๆ เพื่อกะให้พ้นรถคันข้าง ๆ) (จากที่เคยโดนแบบนี้มาครั้ง 2 ครั้งทำให้ฉันเตรียมตัวและเตรียมใจ เลยไมค่อยตกใจสักเท่าไหร่)ตัวรถห่างจากแขนฉันแค่คืนเดียวเอง..ตกใจเล็กน้อย.. จึงมองป้ายทะเบียนท้ายรถ (ซึ่งผู้ขับรถได้ชะลอความเร็วรถลง ..เป็นเวลานานพอที่ฉันจะมองเลขทะเบียน 4190 ได้อย่างชัดหลายวินาที)..ราวกับว่าเธอผู้นั้น จะมองกระจกหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของฉัน..สักครู่จึงเร่งความเร็วรถขับต่อไปอย่างปกติ...เคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งขับรถแบบรีบมากในซอยบุญอยู่นี้แหละ..เธอรีบเสียจน กระจกรถของเธอเกี่ยวกับกระจกรถกระบะที่จอดริมซอย (เขาก็ชิดแล้วนะ) คนขับผู้ชายเอามือจับขยับกระจกพับเข้าไป แล้วก็กางออกมาเป็นปกติ...ความเร็วรถของคุณผู้หญิงเธอขับ ความเร็ว ..เร็วคงที่ ...
*
เดินถึงบ้าน เห็นรถวอลโว 4190 สีขาว กระจกใส จอดอยู่บ้านประตูสีน้ำตาลเข้ม 68/14-8/15 หลายปีก่อน ก็เป็นอย่างนี้ คือรถคันนี้ขับด้วยความเร็วกว่าปกติที่จะขับกันในซอย เกือบเฉี่ยวฉัน มันก็เจอแบบไม่กี่ครั้งหรอก..แต่คิดว่าคราวหน้าไปไหนมาไหน จะต้องพกปากกา สมุด เพื่อจดบันทึก เหตุการณ์ที่คาดว่าจะเป็นอันตรายต่อเรา..ถ้าเป็นอันตรายถูกเฉี่ยว ชนให้ได้รับบาดเจ็บ..ก็คงต้องถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดี..เพราะเคยลงบันทึกประจำวัน..ว่าคุณป๊อปขี่จักรยาน 2 ล้อ ที่โซ่ยเจ็กให้.ขี่มาอย่างเร็วมาก.แทบจะเฉี่ยวชนฉันที่ปากซอย พร้อมตะโกนด่า "หลบโว้ย" โหคนเดินมาปกติธรรมดา เขาตะโกนด่าให้หลบโว้ย..ก็คงเป็นโชคดีของฉันที่มอเตอร์ไซค์วินปากซอยเขาคงช่วยไว้ทัน..เขาเห็นกันทั้งวิน
*
ถ้าเจอแบบนี้อีก..ฉันจะไปสถานีตำรวจดินแดงเพื่อลงบันทึกประจำวัน..ไว้เป็นหลักฐาน..เหมือนที่เคยทำมาแล้ว กรณีที่ซ๊อ (เมียน้อย คุณศักดิ์ 68/17) คู่กรณีมีปากเสียงกันเรื่อง ถังขยะหน้าบ้าน 68/16 ล้ม..ฉันบ่นเฉย ๆ ..เปิดประตูยังไง ถังขยะล้มเลย (ประตูบ้านเขาเลยเสาไฟฟ้ามา..) ซ๊อคงได้ยิน เดินปรี่ออกมาเลย.. ตะโกนเสียงฉุนเฉียว "ไม่เห็นโว้ย.."..ฯลฯ สุดท้ายจบที่ ซ๊อพูดน้ำเสียงเยาะหยัน.. "พี่ชายก็แสนจะดี๊ดี.." และ "ว่าง ๆ ไปเช็คสมองบ้างนะ" (สงสัยคุณป๊อป พี่ชายที่แสนดีให้ข้อมูลดี..เฉพาะมัน)เลยไปสถานีตำรวจดินแดง เขียนเรื่องราว เป็นสำนวน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวัน (เผื่อว่าวันหน้าถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้มีเอกสารหลักฐานว่าฉันมีปากเสียงกับใครบ้าง..ตัวคนเดียวไม่อยากมีเรื่องกับใครหรอก)..ตำรวจพึ่งได้..ตำรวจถามว่า "นี่เขียนเองเลยเหรอ" (ค่ะเขียนเอง ดูหนัง พวก "คดีแดง" มาเยอะค่ะ
*
ผู้หญิงคนนี้อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป รูปร่างผอมสูงน่าจะเกือบ 160 ซม.
*
เคยเห็นผู้หญิงคนนี้..พูด..พอเห็นฉันเดินจะเข้าประตูบ้าน 68/16 (ซึ่งฉันเดินออกไปทางปากซอย และเดินกลับ ไม่ได้เดินไปทางท้ายซอย ไม่ได้เดินผ่านหน้าบ้าน 68/15) เธอพูดดัง ๆ .."ไม่รู้ใครเหี้ยมาก มันเอาตีนเหยียบล้อรถด้วย ดูสิเป็นรอยรองเท้าเต็มเลย..อุตส่าห์เอายางรถยางมาวางไว้ไม่ให้ใครมาจอดรถ เหี้ยจริง ๆ เหยียบยางรถยนต์เข้ามา..แม่งอย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร..จะกระทืบแม่งให้.. (จำไม่ได้แล้ว) พูดซ้ำ ซ้ำ (ฉันได้แต่..เออ.นั่นสิใครล่ะ)
*
อีกหนหนึ่ง..ฉันซื้อต้นไม้มาปลูกหน้าบ้าน เพราะบ้านชั้น 2 ไม่มีแดด มีทั้งลงกระถางและอยู่ในถุงเพาะสีดำ..มีดอกกระเจียวด้วย..วันหนึ่งเดินเข้าบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงของบ้าน 68/15 พูดดัง ๆ ว่า "มันเอาต้นไม้มาวางไว้ ไม่ให้รถบ้านเราจอด (น้ำเสียงโมโห โกรธ) พูดซ้ำ (ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นเสียงใคร)..ฉันได้แต่หัวเราะขำอยู่ในใจ..แต่หน้าบ้าน ที่กว้าง ถึง 2 คูหา..กลับติดป้ายเขียนไว้ "ห้ามจอดรถฝั่งตรงข้าม เพราะ(บ้านนี้)มีรถเข้าออกตลอด" เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ออกมาต่อว่า ผู้ชายคนหนึ่งที่จอดรถเก๋งสีดำไว้ นานเหมือนกัน..ว่าเขาใหญ่เลย "วันหลังอย่ามาจอดฝั่งตรงข้ามบ้านนี้นะ มีรถเข้าออกตลอด" น้ำเสียงโมโห ผู้ชายคนนั้นได้แต่ งง งง (ตอนนั้นยังไม่ได้ทุบทำคอนโดมีเนียม รั้วของบ้านเก่า ..ต่อมาเขาทุบจะทำคอนโด..เป็นรั้วสังกะสี สีเขียวเข้ม)
*
เวลาเดินเข้าซอย หรือเดินออกจากซอย (เพราะต้องประหยัดค่ารถมอเตอร์ไซค์ เข้าออก ก็ 20 บาท) ถ้าเห็นแม่บ้านของบ้าน KC ก็จะพยายามข้ามไปเดินฝั่งตรงข้าม หรือถ้ามีที่พอ ไม่มีรถมา หรือเดินเกือบจะใกล้กันแล้ว ฉันจะเดินเลี่ยงออกไปทางถนนในซอย ระยะห่างมากพอที่จะไม่ให้ส่วนใดของร่างกายฉันไปโดนเขา..ไม่มีเจตนาจะข้องแวะ ไม่อยากมีเรื่องกับคนบ้านนี้.. เดินสวนกันฉันก็จะมองท้องฟ้า..รีบเดินให้พ้นๆ
*
กลางคืนจะได้ยินเสียง 2 คนผัวเมีย พูดทะเลากัน อะไรบ้างไม่รู้ ได้ยินชัด ๆ ..เฮ็ดไม่เฮ็ด..ก็อย่างนี้แหละ
*
เลยนึกถึง วันหนึ่ง ปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ริมขอบระเบียงห้องชั้น 2 เอาสายยางรดน้ำต้นไม้ ฉีดเบา ๆ ..คุณป๊อป กลับมา ตะโกนด่าขึ้นมาทันที "ไอ้เหี้ย แม่งรถน้ำต้นไม้ กระเด็นโดนหัวชาวบ้าน" ด่าเสียงดัง ด่าแล้วด่าอีก....ฉันไม่รู้นี่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้รดน้ำต้นไม้อีกเลย..
*
วันหนึ่ง ฉันเดินออกจากบ้าน จะไปร้านค้าท้ายซอย มีน้ำโดนหัวฉันเหมือนฝนตก ทั้งที่แดดออก..เงยขึ้นไปปรากฏว่า บ้าน KC เขาฉีดสายยางรดน้ำต้นไม้ ..มาถึงถนนกลางซอยเลย..ตะโกนขึ้นไป "โอ๊ยคุ๊ณ รดน้ำต้นไม้โดนหัวชาวบ้านหมดแล้ว"..ปรากฏว่าเธอยังคงรดน้ำอย่างนั้นต่อ และฉีดให้เลยออกมามากขึ้นด้วย..เลยไม่รู้จะทำยังไง
*
บางวันจะเห็นมอเตอร์ไซค์ ขี่รับผู้โดยสารออกมาจากท้ายซอย ก็โดนน้ำที่รดต้นไม้ โปรยปรายลงหัว..ฉันได้แต่ตะโกนบอก ระวังหน่อย บ้านนี้เขารดน้ำต้นไม้นะ ..(เดี๋ยวมอไซค์จะหาว่าบ้านฉันรดน้ำต้นไม้)..แต่พวกเขาคงจะโดนกันจนชินแล้วหล่ะนะ ฉันว่า
*
*
เดินมาถึงตึกที่มีรถจอดอยู่ริมรั้ว มี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนทางฝั่งตรงข้าม..ฉันได้ยินเสียงรถยนต์ จึงหันไปมอง เพื่อดูว่าเข้ามากใกล้ขนาดไหน ปกติจะหลบรถยนต์ให้เขาไปก่อน..หันไปเห็น รถ "วอลโว สีขาว ทะเบียน..4190" จำได้ว่าเป็นรถของบ้าน "KC" กระจกใส สังเกตเห็นผู้หญิงรูปร่างผอมบางเป็นผู้ขับรถ..ก็หลบรถตามปกติ ยืนหลบเท้ายังเหยียบอยู่บนรางน้ำ ตัวฉันอยู่ใต้หลังคาบ้าน กะว่าเขาคงไปพ้น..หันไปอีกที เพราะรถยังไม่มาสักที..เห็นเขาหยุดรถ ให้ผู้ชายคนนี้เดินให้พ้นท้ายรถที่จอดริมรั้ว..ฉันก็รอ..พอคุณผู้หญิงเธอเร่งคันเร่ง..รถผ่านตัวฉันไป (ด้วยความรู้สึก ทำไมถึงได้ขับรถเร็วขนาดนี้..ทั้งที่ปกติ รถขนาดใหญ่เวลาขับกัน จะชะลอความเร็ว ช้า ๆ เพื่อกะให้พ้นรถคันข้าง ๆ) (จากที่เคยโดนแบบนี้มาครั้ง 2 ครั้งทำให้ฉันเตรียมตัวและเตรียมใจ เลยไมค่อยตกใจสักเท่าไหร่)ตัวรถห่างจากแขนฉันแค่คืนเดียวเอง..ตกใจเล็กน้อย.. จึงมองป้ายทะเบียนท้ายรถ (ซึ่งผู้ขับรถได้ชะลอความเร็วรถลง ..เป็นเวลานานพอที่ฉันจะมองเลขทะเบียน 4190 ได้อย่างชัดหลายวินาที)..ราวกับว่าเธอผู้นั้น จะมองกระจกหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของฉัน..สักครู่จึงเร่งความเร็วรถขับต่อไปอย่างปกติ...เคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งขับรถแบบรีบมากในซอยบุญอยู่นี้แหละ..เธอรีบเสียจน กระจกรถของเธอเกี่ยวกับกระจกรถกระบะที่จอดริมซอย (เขาก็ชิดแล้วนะ) คนขับผู้ชายเอามือจับขยับกระจกพับเข้าไป แล้วก็กางออกมาเป็นปกติ...ความเร็วรถของคุณผู้หญิงเธอขับ ความเร็ว ..เร็วคงที่ ...
*
เดินถึงบ้าน เห็นรถวอลโว 4190 สีขาว กระจกใส จอดอยู่บ้านประตูสีน้ำตาลเข้ม 68/14-8/15 หลายปีก่อน ก็เป็นอย่างนี้ คือรถคันนี้ขับด้วยความเร็วกว่าปกติที่จะขับกันในซอย เกือบเฉี่ยวฉัน มันก็เจอแบบไม่กี่ครั้งหรอก..แต่คิดว่าคราวหน้าไปไหนมาไหน จะต้องพกปากกา สมุด เพื่อจดบันทึก เหตุการณ์ที่คาดว่าจะเป็นอันตรายต่อเรา..ถ้าเป็นอันตรายถูกเฉี่ยว ชนให้ได้รับบาดเจ็บ..ก็คงต้องถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดี..เพราะเคยลงบันทึกประจำวัน..ว่าคุณป๊อปขี่จักรยาน 2 ล้อ ที่โซ่ยเจ็กให้.ขี่มาอย่างเร็วมาก.แทบจะเฉี่ยวชนฉันที่ปากซอย พร้อมตะโกนด่า "หลบโว้ย" โหคนเดินมาปกติธรรมดา เขาตะโกนด่าให้หลบโว้ย..ก็คงเป็นโชคดีของฉันที่มอเตอร์ไซค์วินปากซอยเขาคงช่วยไว้ทัน..เขาเห็นกันทั้งวิน
*
ถ้าเจอแบบนี้อีก..ฉันจะไปสถานีตำรวจดินแดงเพื่อลงบันทึกประจำวัน..ไว้เป็นหลักฐาน..เหมือนที่เคยทำมาแล้ว กรณีที่ซ๊อ (เมียน้อย คุณศักดิ์ 68/17) คู่กรณีมีปากเสียงกันเรื่อง ถังขยะหน้าบ้าน 68/16 ล้ม..ฉันบ่นเฉย ๆ ..เปิดประตูยังไง ถังขยะล้มเลย (ประตูบ้านเขาเลยเสาไฟฟ้ามา..) ซ๊อคงได้ยิน เดินปรี่ออกมาเลย.. ตะโกนเสียงฉุนเฉียว "ไม่เห็นโว้ย.."..ฯลฯ สุดท้ายจบที่ ซ๊อพูดน้ำเสียงเยาะหยัน.. "พี่ชายก็แสนจะดี๊ดี.." และ "ว่าง ๆ ไปเช็คสมองบ้างนะ" (สงสัยคุณป๊อป พี่ชายที่แสนดีให้ข้อมูลดี..เฉพาะมัน)เลยไปสถานีตำรวจดินแดง เขียนเรื่องราว เป็นสำนวน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวัน (เผื่อว่าวันหน้าถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้มีเอกสารหลักฐานว่าฉันมีปากเสียงกับใครบ้าง..ตัวคนเดียวไม่อยากมีเรื่องกับใครหรอก)..ตำรวจพึ่งได้..ตำรวจถามว่า "นี่เขียนเองเลยเหรอ" (ค่ะเขียนเอง ดูหนัง พวก "คดีแดง" มาเยอะค่ะ
*
ผู้หญิงคนนี้อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป รูปร่างผอมสูงน่าจะเกือบ 160 ซม.
*
เคยเห็นผู้หญิงคนนี้..พูด..พอเห็นฉันเดินจะเข้าประตูบ้าน 68/16 (ซึ่งฉันเดินออกไปทางปากซอย และเดินกลับ ไม่ได้เดินไปทางท้ายซอย ไม่ได้เดินผ่านหน้าบ้าน 68/15) เธอพูดดัง ๆ .."ไม่รู้ใครเหี้ยมาก มันเอาตีนเหยียบล้อรถด้วย ดูสิเป็นรอยรองเท้าเต็มเลย..อุตส่าห์เอายางรถยางมาวางไว้ไม่ให้ใครมาจอดรถ เหี้ยจริง ๆ เหยียบยางรถยนต์เข้ามา..แม่งอย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร..จะกระทืบแม่งให้.. (จำไม่ได้แล้ว) พูดซ้ำ ซ้ำ (ฉันได้แต่..เออ.นั่นสิใครล่ะ)
*
อีกหนหนึ่ง..ฉันซื้อต้นไม้มาปลูกหน้าบ้าน เพราะบ้านชั้น 2 ไม่มีแดด มีทั้งลงกระถางและอยู่ในถุงเพาะสีดำ..มีดอกกระเจียวด้วย..วันหนึ่งเดินเข้าบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงของบ้าน 68/15 พูดดัง ๆ ว่า "มันเอาต้นไม้มาวางไว้ ไม่ให้รถบ้านเราจอด (น้ำเสียงโมโห โกรธ) พูดซ้ำ (ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นเสียงใคร)..ฉันได้แต่หัวเราะขำอยู่ในใจ..แต่หน้าบ้าน ที่กว้าง ถึง 2 คูหา..กลับติดป้ายเขียนไว้ "ห้ามจอดรถฝั่งตรงข้าม เพราะ(บ้านนี้)มีรถเข้าออกตลอด" เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ออกมาต่อว่า ผู้ชายคนหนึ่งที่จอดรถเก๋งสีดำไว้ นานเหมือนกัน..ว่าเขาใหญ่เลย "วันหลังอย่ามาจอดฝั่งตรงข้ามบ้านนี้นะ มีรถเข้าออกตลอด" น้ำเสียงโมโห ผู้ชายคนนั้นได้แต่ งง งง (ตอนนั้นยังไม่ได้ทุบทำคอนโดมีเนียม รั้วของบ้านเก่า ..ต่อมาเขาทุบจะทำคอนโด..เป็นรั้วสังกะสี สีเขียวเข้ม)
*
เวลาเดินเข้าซอย หรือเดินออกจากซอย (เพราะต้องประหยัดค่ารถมอเตอร์ไซค์ เข้าออก ก็ 20 บาท) ถ้าเห็นแม่บ้านของบ้าน KC ก็จะพยายามข้ามไปเดินฝั่งตรงข้าม หรือถ้ามีที่พอ ไม่มีรถมา หรือเดินเกือบจะใกล้กันแล้ว ฉันจะเดินเลี่ยงออกไปทางถนนในซอย ระยะห่างมากพอที่จะไม่ให้ส่วนใดของร่างกายฉันไปโดนเขา..ไม่มีเจตนาจะข้องแวะ ไม่อยากมีเรื่องกับคนบ้านนี้.. เดินสวนกันฉันก็จะมองท้องฟ้า..รีบเดินให้พ้นๆ
*
กลางคืนจะได้ยินเสียง 2 คนผัวเมีย พูดทะเลากัน อะไรบ้างไม่รู้ ได้ยินชัด ๆ ..เฮ็ดไม่เฮ็ด..ก็อย่างนี้แหละ
*
เลยนึกถึง วันหนึ่ง ปลูกต้นไม้เล็ก ๆ ริมขอบระเบียงห้องชั้น 2 เอาสายยางรดน้ำต้นไม้ ฉีดเบา ๆ ..คุณป๊อป กลับมา ตะโกนด่าขึ้นมาทันที "ไอ้เหี้ย แม่งรถน้ำต้นไม้ กระเด็นโดนหัวชาวบ้าน" ด่าเสียงดัง ด่าแล้วด่าอีก....ฉันไม่รู้นี่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้รดน้ำต้นไม้อีกเลย..
*
วันหนึ่ง ฉันเดินออกจากบ้าน จะไปร้านค้าท้ายซอย มีน้ำโดนหัวฉันเหมือนฝนตก ทั้งที่แดดออก..เงยขึ้นไปปรากฏว่า บ้าน KC เขาฉีดสายยางรดน้ำต้นไม้ ..มาถึงถนนกลางซอยเลย..ตะโกนขึ้นไป "โอ๊ยคุ๊ณ รดน้ำต้นไม้โดนหัวชาวบ้านหมดแล้ว"..ปรากฏว่าเธอยังคงรดน้ำอย่างนั้นต่อ และฉีดให้เลยออกมามากขึ้นด้วย..เลยไม่รู้จะทำยังไง
*
บางวันจะเห็นมอเตอร์ไซค์ ขี่รับผู้โดยสารออกมาจากท้ายซอย ก็โดนน้ำที่รดต้นไม้ โปรยปรายลงหัว..ฉันได้แต่ตะโกนบอก ระวังหน่อย บ้านนี้เขารดน้ำต้นไม้นะ ..(เดี๋ยวมอไซค์จะหาว่าบ้านฉันรดน้ำต้นไม้)..แต่พวกเขาคงจะโดนกันจนชินแล้วหล่ะนะ ฉันว่า
*
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555
6 ธค.55 โทร.บอกแจ่.ให้บอกม๊า ขอยืม "2,000" ทำงานที่นี่ได้วันละ 300 กว่าบาทรวม O.T.
เพราะต้องซื้อกางเกงใหม่ กลับบ้านดึก ซักกางเกง แล้วแห้งไม่ทัน ตี 5
*
อาจต้องซื้อถุงเท้าสีขาว รองเท้าอีก 1 คู่ ประมาณ 150 บาท (ผ้าใบสีขาว สีอื่นไม่ให้ใส่). เสื้อยืดใส่ทำงานอีก 1 ตัว ..150 บาท เสื้อคลุมใส่ไปทำงาน..เพราะเขาไม่ให้ใส่เสื้อยืดทำงาน ให้เห็นยี่ห้อของบริษัท เผื่อมีเรื่องมีราวกับคนอื่น บริษัทจะเสียชื่อ.. หรือไม่ก็คนทำงานอาจอันตราย..เหมือน 7-11 เขาก็ใส่พนักงานร้านทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้าน ก่อนออกจากร้าน.. ตรวจเช็คกระเป๋าสตางค์ด้วย แต่ที่นี่เช็คกระเป๋า..ตอนออกจากโรงงาน กำลังหาที่อยู่ใหม่ เพราะเจ้าของห้องเขาขอห้องคืน..ถ้าไม่มีเงินมัดจำห้อง 1,400 ไปจ่ายเขา.. มีคนมาจ่อคิวรอเข้ามาอยู่ห้องเช่าเดือนละ 1,400 (มีจ่ายของเก่าก็บุญโขแล้ว 3,557 บาท)
*
*
อาจต้องซื้อถุงเท้าสีขาว รองเท้าอีก 1 คู่ ประมาณ 150 บาท (ผ้าใบสีขาว สีอื่นไม่ให้ใส่). เสื้อยืดใส่ทำงานอีก 1 ตัว ..150 บาท เสื้อคลุมใส่ไปทำงาน..เพราะเขาไม่ให้ใส่เสื้อยืดทำงาน ให้เห็นยี่ห้อของบริษัท เผื่อมีเรื่องมีราวกับคนอื่น บริษัทจะเสียชื่อ.. หรือไม่ก็คนทำงานอาจอันตราย..เหมือน 7-11 เขาก็ใส่พนักงานร้านทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้าน ก่อนออกจากร้าน.. ตรวจเช็คกระเป๋าสตางค์ด้วย แต่ที่นี่เช็คกระเป๋า..ตอนออกจากโรงงาน กำลังหาที่อยู่ใหม่ เพราะเจ้าของห้องเขาขอห้องคืน..ถ้าไม่มีเงินมัดจำห้อง 1,400 ไปจ่ายเขา.. มีคนมาจ่อคิวรอเข้ามาอยู่ห้องเช่าเดือนละ 1,400 (มีจ่ายของเก่าก็บุญโขแล้ว 3,557 บาท)
*
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555
นาย..แป้ง..หมัก..รายงานผล โทร.ไปถามปรากฏว่า
ใบสมัครที่ส่งไปสมัคร "คาราวาน มองโกเลีย" ไม่ผ่านการพิจารณาในขั้นต้น
จีงเรียนเพื่อนายแป้งหมักโปรดทราบ..แล้วเปลี่ยน
*
ไปละ
จีงเรียนเพื่อนายแป้งหมักโปรดทราบ..แล้วเปลี่ยน
*
ไปละ
วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555
สวัสดีปีใหม่ "ป๊า" 3มค.55
หลายวันก่อน หนาวมาก.. เค้าขาผิวแห้ง คันมาก เลยนึกถึงป๊า ตอนที่นอน รพ.จุฬา ขาหน้าแข้งถึงปลายเท้า ผิวหนังแห้งแตกเป็นลายคล้ายเกล็ดงูเลย.. ของเค้ายังคันขนาดนี้ ของป๊าคงจะคันมาก เกาก็ไม่ได้.. เค้าเอาโลชั่น "กานิเยต์" ขวดสีเขียว..ไปให้ม๊าบอกให้เอาไปให้ยายป้อม ทาให้ป๊าที..ม๊าบอก "ไม่ต้องที่นั่นเขาก็มี" แต่ที่เค้าเห็น โลชั่นซิตร้า ขวดเล็ก มันหมดแล้ว ถ้าจะบีบต้องเขย่า บีบอย่างมาก
*
วันรุ่งขึ้นเค้าไป ปรากฏว่าไม่มีโลชั่น.. อีกวันเค้าก็เอาโลชั่น "กิฟฟารีน กุหลาบ" ไปกดทาให้ป๊า ตอนทาป๊าสะดุ้ง ร้อง...เค้าถาม "เย็นเหรอ" แต่เค้าก็ทาให้ป๊าจนทั่วถึงปลายเท้า.. แล้วก็บีบใส่ขวดซิตร้าขวดเล็กอีกขวดหนึ่ง.. เป็นเรื่องที่เค้าแปลกใจมาก หลังจากเห็น "พินัยกรรม" ที่ป๊าเขียนยกบ้านที่ดินให้ลูก "ป๊อป" คนเดียว ทั้งหมดให้เขา..
*
ทั้งหลายทั้งปวงก็ชั่งมันเถอะ แค่อยากเล่าให้ป๊าฟัง.. สงสารป๊า ในช่วงเวลาของชีวิตครั้งสุดท้าย ยกทรัพย์สมบัติให้ลูกชาย "ป๊อป" เป็นคนอื่นเขาละทิ้งทุกอย่าง ไม่ห่วงเรื่องทำมาหากิน แต่นี่รู้ทั้งรู้ว่าจะได้รับทรัพย์สมบัติ มรดก มากมายทั้งหมดอย่างนี้.. เขากลับอ้าง "ถ้ามัวแต่ไปเฝ้า(ป๊า) ก็ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี" อย่างเปียนี่ หอบเอางานไปทำเฝ้าแม่ตอนผ่าสมอง.. เปียเป็นลูกที่ขยันมาก แม่รักมาก ให้เงินให้ทองให้สมบัติมากกว่าพี่น้องคนอื่น ๆ ... ก็ได้แต่เห็นว่าพ่อแม่คนอื่นเขาเป็นอย่างไร..ไม่กล้าเอามาเปรียบเทียบกับพ่อแม่เค้า(นังปู) เด็ก ๆ ช่วยพ่อแม่ทำงานทำมาหากิน.. สุดท้ายต้องมากลายเป็นหมาข้างถนน..ชีวิตก็เป็นเช่นนี้แล
*
วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555
สวัสดีปีใหม่ "ป๊า สมศักดิ์ สุพรรณโกมุท" 2 มค. 55 ไม่รู้จะพูดอะไรดี
สวัสดีปีใหม่..ป๊า.. คงจะสบายดีแล้ว
*
มาสรุปชีวิตเค้ากันหน่อยดีกว่า.. เดี๋ยวก็ครบปีแล้ว .. อย่างน้อยเค้าเคยไปบ้าน ปากซอยบึงนายพล.. ยังได้กอดป๊า 2 ครั้ง..ถึงแม้หลายวันต่อมา ป๊าจะแสดงให้เห็นว่าชีวิตป๊าไม่ต้องการใครนอกจาก "หญิง วรรณา" นั่งโอบกอดเขา.. เค้าก็ไม่ว่าอะไร ป๊าแก่แล้ว ถ้านั่นเป็นความสุข (ซึ่งป๊าอาจจะหามาตลอดชีวิต) เค้าก็ไม่ขัดขวาง (เหมือนอย่างที่หลาย ๆ คนต้องการ).. แจ๋มาเล่าให้ฟังว่า ป๊าไปกับวรรณา อยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ พูด ๆ ให้ไปตามป๊ากลับมา.. ก็นั่นเป็นความสุขของป๊า.. เค้าก็ไม่ไปตามหรอก.. วันที่ป๊านอน รพ.จุฬาลงกรณ์ .. ม๊าจ้างให้เค้านั่งเฝ้าป๊า.. บอก "ป๊ากินอะไรไม่ค่อยได้ ไม่ต้องซื้ออะไรให้ป๊ากิน" แต่เค้ากลับคิดว่า ..คนใกล้ตาย..ถ้าอยากกินอะไรก็สมควรต้องได้กิน.. แม้แต่ องุ่น เม็ดเดียว เค้าก็ปอกเปลือกออกหมด.. ผ่าครึ่ง เอาเมล็ดออกให้หมด.. ป๊ากินได้หน่อยเดียวก็ไม่เอาแล้ว..คุณหมอเอธัส..บอก "ตามค่าเฉลี่ย..ของโรคนี้..น่าจะอยู่ได้ 3-6 เดือน" คุณหมอให้ป๊ากินนม ที่พยาบาลชงมาให้.. เค้าก็ประคองหัวป๊า (นอนซะหัวด้านหลังร้อนเลย).. ค่อย ๆ ดูดนมจากหลอด แต่ก็ไม่หมด.. เค้าเป็นลูกสาวคนเดียวของป๊า..คิดว่าถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต ก็ทำให้ด้วยความเต็มใจ จริงใจ...ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดเลยว่า ป๊าจะให้เงิน สมบติ หรือมรดกอะไรหรือไม่.. เค้าก็คิดว่าเค้าทำดีที่สุดแล้ว ถ้าไม่ถูกใจป๊า เค้าก็ต้องขอโทษด้วย.. ส่วนถ้าม๊า ถ้ามาถึงขั้นสุดท้ายแบบป๊า.. ก็คงต้องอาศัยลูกชาย 2 คนของเขาทำให้แล้วล่ะ..เพราะเค้าคงจะต้องตายก่อนม๊า ตายก่อนลูกชาย 2 คนของม๊าเค้า...ป๊าคิดว่างั้นมั้ย
*
คุณบุรุษพยาบาล ก็ช่วยเช็ดทำความสะอาดป๊าดีทุกอย่างเลย คุณพยายาลก็เช็ดตัวทาแป้งให้ป๊า คุณผู้ช่วยผู้ชาย ถาม "ลุงจะโกนหนวดมั้ย" ให้เค้าไปซื้อที่โกนหนวด ที่ 7-11 มีแต่แบบด้ามเหลือง.. ฟันป๊าฟันล่างยื่นมาเขาทำไม่สะดวก เลยเดินกลับไปเอาที่โกนหนวดด้ามเหล็กกับใบมีดของเขามา เอาสบู่ฟอก แล้วก็ค่อย ๆ โกนหนวดให้ป๊า.. ทำดีมากเลย ก็ดูชื่อ แต่ไม่ได้จดไว้.. เค้าคงทำไม่ได้หรอก ต้องบาดแน่เลย (แต่เค้าก็แปลกใจ.. วันนี้รู้ว่า คนพวกนั้นเขารู้ว่าเขาจะได้รับมรดกอะไรตั้งแต่วันที่ 16มค.54 ลูกชายคนโตป๊ากลับไม่ทำเรื่องพวกนี้ให้ป๊า..เห็นแต่พาเมียมานั่งเฝ้าปลายเตียง แล้วก็กลับ เพราะม๊าบอก "ถ้ามัวมานั่งเฝ้าป๊า ก็ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี.. ค่ารถไปกลับก็วันละร้อยกว่าบาท")
*
วันที่ 30 ธค.53.. ป๊าโทร.มา "มาดูแลป๊าหน่อย" เค้าก็ไม่ไป เพราะเค้ารู้ทัน วันนั้นที่ป๊านั่งโอบกอดหญิงวรรณา แปลว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการใครแล้ว.. แต่พอโดนคุกคาม ไม่อยากให้เมียนี้รบกวนมาก ก็จะหลอกใช้เค้าเป็นไม้กันหมา.. ป๊าอาจจะโกรธแค้นที่เค้าไม่ยอมทำให้.. ก็เลยไม่ให้อะไรเลย..ก็ไม่เป็นไร สมบัติเป็นของป๊า จะยกให้ใครก็ได้.. ไม่ว่ากัน ถ้าเค้าเป็นลูกที่ไม่ดี ก็ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร
*
วันที่ป๊ากลับไปอยู่บ้านปากซอยบึงนายพล ป๊าก็โยนความผิดให้เค้า นั่งบนที่นอน เค้าถาม ทำไมป๊าไม่อยู่สีลม ม๊าอยู่ดูป๊าที่บ้านนี้ ป๊าพูด "ไม่มีใครดูแล".. จริงเหรอ..
*
เค้าคิดว่า 3-6 เดือน น่าจะทำหนังสือหรืออะไรสักอย่างให้สำเร็จ ป๊าจะได้เห็นว่าเค้าทำได้.. ไม่ต้องพึ่งสมบัติ มรดกของป๊า.. ทั้ง ๆ ที่ป๊าเองก็ไม่เคยส่งเสริม สนับสนุนให้ทุนไปเรียน หรือลงทุนอะไรให้.. บอกให้แต่ไปเรียนภาษาจีน ที่ที่ป๊าไปเรียน.. แต่ก็ไม่ได้ให้ค่ารถ ค่าเรียน (มีแค่วันนั้นที่เค้าขอเงินป๊าบอกจะได้เรียน ก็ได้มาพันนึง..แต่เค้าจะไปเรียนได้ยังไง ไม่มีใครส่งเสริมค่าใช้จ่าย) ป๊าคงพูดไปงั้น ๆ บอก "ให้ไปช่วยม๊าขายของ" ทางโน้นก็เห็นว่าเค้ามาอยู่กับป๊า เป็นหมาเฝ้าบ้าน กันไม่ให้วรรณามาที่นี่.. พอกลับไปก็พูด "กลับมาทำไม ทำไมไม่อยู่ขายของให้รวย ๆ ให้ยามมันเห็น ไปทะเลาะกับมันแล้วก็กลับมา ต้องขายของให้รวย ๆ ให้มันเห็นสิ".(ขนาดสีลมม๊ายังขายได้วันร้อยกว่าบาทเลย ที่ปากซอยนายพล มีร้านขายขนม โชห่วย ติด ๆ กันตั้งหลายร้านนี่นะ จะให้ขายให้รวย..). โดนถีบไปถีบมา.. ก็เลยล่อยลอยอยู่อย่างนี้.. ป๊าเคยบอก "ถ้าป๊าตายบ้านที่ดินก็ยกให้พวกเอ็งทั้งนั้นแหละ.. " "เค้าไม่เอาออก.. ให้เค้ามานั่งขายกำไรบาทสองบาทน่ะเหรอ.. เค้าน่าจะทำอะไรอย่างอื่นที่เค้าถนัด ชอบ" ได้แต่ขอเงินป๊าไปเรียนทำขวดน้ำเป็นโคมไฟที่จตุจักร มีนบุรี.. 1,500 บาท
*
เค้าถามป๊าว่า เรียนภาษาจีนแล้วจะไปทำอะไร.. "ก็เป็นไกด์ไง" เป็นไกด์เหรอ เป็นไกด์ก็ต้องจบปริญญาตรี ต้องสอบเป็นไกด์ (ต้องเข้าสมาคม) ไม่ชอบเที่ยว ไม่ชอบพูด.. ป๊าก็ว่าเสียงดัง "เฮ้ย..ไม่ต้องใช้ปริญญง ปริญญาอะไร.. ใช้ความสามารถอย่างเดียว"....พูดซ้ำ
*
จริงหรือที่ม๊าบอกว่า "เตี่ยมึงเขาว่า..มึงไปอยู่กับเขา เขายังต้องเลี้ยงมึงเลย" พูดซ้ำ ๆ คำว่า "ยังต้องเลี้ยงมึงเลย" แปลว่า ป๊าให้เงินเค้าใช้ ให้กิน โดยที่เค้าไม่ได้ทำงานอะไรเลยใช่ไหม..
*
เช้าตื่นขึ้นมาก็กวาดหน้าบ้าน เอาก้นบุหรี่ออกจากโต๊ะสนุ๊ก กวาดพื้นทั้งบ้าน เก็บขยะทิ้ง อุ่นกับข้าววัด รถลุงมา เอาเหล้าเอาบุหรี่ให้ลุง.. จัดของขนมขึ้นชั้น มาม่า ไวไว แช่นม กาแฟเข้าตู้เย็น แบ่งบุหรี่ ตวงเหล้าใส่ขวดกระทิงแดง.. ทำน้ำเป๊ปซี่ใส่น้ำแข็งขาย.. จัดเค้าท์เตอร์ ไปตลาด ซื้อหอยลายมาผัดที่ป๊าชอบกิน..ลูกอมหมด ก็นั่งรถตู้ไปลงตลาดซื้อลูกอมกลับมาขาย.. ขายเหล้าก๊ง..ล้างชาม หุงข้าว ถึงแม้ไม่ได้เช็ดเตาครัว..เลอะมากทำไม่ไหว..
*
เวลาขายของ ป๊าก็มองเหมือนเค้าเป็นคนปัญญาอ่อน.. ทอนเงินไม่เป็น คิดเงินไม่ถูก
*
ป๊าจ้างลูกจ้างผู้ชายมาคนหนึ่ง ... ไม่ค่อยขยัน เค้าก็เอาลังมาแกะออก เรียง ผูกด้วยเชือก ขายให้รถรับซื้อของเก่าง วันถัดมา ลูกจ้างผู้ชายคนนั้นก็ลาออก.. ป๊าบอก ไม่ต้องแกะลัง จะเอาไว้ใส่ขวดเบียร์ขายยกลัง.. ได้ราคา
*
"ทำไมไม่อยู่ขายของที่โน่นให้รวย ๆ ทำให้ยามมันเห็นว่าเราขายของรวย..." / แต่พอลูกชายคนโตได้รับมรดกให้ไปอยู่บ้านนั้น "มึงมาขายของโชห่วยที่ร้านผัก ให้วันละ 200 ขายได้วันละร้อยกว่าบาทก็พอกินแล้ว" "ที่นี่ไล่กูก็ไม่ต้องหาเลี้ยงมึงแล้ว" / "ทำอะไรมาขายที่หน้าบ้านร้านผักดีมั๊ย" / "ไม่ต้องทำอะไรมาขายเลย เดี๋ยวมากัดกับไอป๊อป"
*
ตอนแรกคิดว่า ถ้าป๊าให้เงินสดหรือทองอะไรเยอะหน่อย เค้าก็กะว่าจะให้ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เข้ากองทุนสวัสดิการหมอพยาบาลหรืออะไร ทำบุญให้รพ.ชื่อป๊า.. คิดไว้ว่าจะให้สักหมื่นหรือสองหมื่น ถ้าป๊าให้เยอะ.. แต่ปรากฏว่า ป๊าไม่ให้อะไรเลย แม้แต่ทองเท่าหนวดกุ้ง ม๊าบอก "ทองขายจัดงานศพเตี่ยมึงไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือ เตี่ยมึงเค้าไม่ได้ยกอะไรให้แม้แต่ชิ้นเดียว อยากได้เงิน โน่น ไปทวงเอากับอีดอก(หมายถึงหญิงวรรณา) ที่มันเอาเงินเตี่ยมึงไปสามแสนสี่แสน.. มึงบอกไม่เอาสมบัติ มรดก ก็ไม่ต้องมาเรียกร้องอะไร..เตี่ยมึงเขายกให้ไอป๊อปกับไอป้อม... ไม่ต้องมาเรียกร้อง ไม่ต้องมาขออะไร"
*
ให้ไปซื้อของมาขายเอง.. นั่งรถสามล้อกลับมาเอง.. ชีวิตเค้าทำไมถึงเป็นอย่างนี้...
*
จะมีก็เค้าเอาเงินที่นับ แบ่งไปซื้อของ พวกกระทะ เอามาผัดหอยลาย.. แบ่งออกจาก 2 ถุง.. เงินเหลือครึ่งหนึ่ง แล้วซื้อน้ำสิงห์ขวดเล็ก ให้เซลไปทั้งถุง ไม่ได้นับ ..วันรุ่งขึ้น เซลเอาถุงเหรียญกลับมาบอกเงินไม่ครบ.. บัญชีของบริษัทเค้านั่งนับกัน.. เค้าก็ลืมไปว่าเค้าเอาเงินออกมาแล้ว ไม่ได้ตั้งใจโขมย.. ก็เลยว่าเซล อาจเม้มเงินไป.. จริง ๆเค้าก็ผิดเองน่ะแหละ..
*
ขายของก็ไม่เคยเม้มเงินเหรียญเงินแบงค์ เข้ากระเป๋าสตางค์ของเค้าแม้แต่บาทเดียว.. มีก็หยิบไปเป็นค่ารถตู้ ค่าซื้อหอยลาย ซื้อของ เงินทอนก็มาคืนลงลิ้นชัก....
*
ชีวิตเค้าก็เหลือเวลาไม่อีกเท่าไหร่แล้ว 45 ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงานแล้ว.. ท้องก็บวม ยืนล้างห้องน้ำ เดินทั้งวันก็ขาชา นั่งทำงานพับกระเป๋ากับพื้นตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม ขาก็เดี้ยง นั่งขัดสมาธิทั้งวัน. จนเลือดไม่เดิน.. ปวดขา..
*
ก็พยามยามทำอะไรที่ดีดี บ้าง ..หวังว่าชีวิตจะดีขึ้นกว่านี้ ไม่ลำบากมากไปกว่าเดิม..
*
ถ้าเค้าทำความดี บุญกุศลอะไรดี ๆ.. เค้าขออุทิศส่วนกุศลทั้งหมดให้ป๊า.. ขอให้ป๊าถึงซึ่งวิมุตติคือหลุดพ้น ถึงซึ่งนิพพาน ไม่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย.. ไม่ต้องอยู่ในวัฏสงสาร.. ไม่ต้องเกิดในที่ที่ไม่อยากเกิด ไม่ต้องเจอคนที่ไม่อยากเจอ ขอป๊าให้มีแต่ความสุข.. ไม่ต้องห่วงเค้า.. อาจจะเป็นชะตากรรม บุญทำ กรรมแต่งให้มาเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับ และต้องยอมแพ้..
*
ช่วยไม่ได้จริง ๆ
*
*
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ป๊า ...ขนาดแม่วูดดี้สาวพี่น้องเป็นพรวนเขายังได้ที่ดินกระผีกนึงเลย
เชื่อเลยเนอะ ป๊า ...ขนาดสาวพี่น้องเป็นพรวน มีพี่สาวด้วย เขายังได้ที่ดินกระผีกนึงเลย ..เค้า ไอ้ปู เป็นลูกสาวคนเดียวของป๊าที่ช่วยป๊าทำงานทุกอย่าง..ไปไหนไปกัน.. แต่สุดท้าย เค้าต้องมากลายเป็นหมาข้างถนน..สาวแม่วูดดี้ พ่อแม่เขายังยกที่ดินให้ตั้งแปลง 2 แปลง.. แต่ไม่เป็นไร ชั่งมัน.. บางทีเค้าอาจจะผิดเองที่เกิดมาเป็นลูกป๊ากับม๊า..
*
ผัวเมียเลิกกัน ไอ้ป๊อปกับสาว แม่วูดดี้ ยังได้บ้านตั้งหลัง..ไม่น่านเชื่อ เค้าเป็นลูกป๊าแท้ ๆ ..สุดท้าย เงิน 7 พัน ยังถูกกั๊กไว้จนกว่า ลูกชายคนโตของม๊า ไปเซ็นรับมรดก.. เค้าคงควรจะน่าดีใจ..ที่ต้องเซ็น "ไม่ขอรับมรดก" ให้ลูกชายป๊า.. (แม้แต่ลูกชายคนเดียวของป๊าก็ไม่มีเงินสักบาทเดียว).. โลกนี้ก็เป็นเช่นนี้แล..
*
จะรอของม๊าน่ะเหรอ.. อีก 30 ปีถึงจะขายได้. ขนาดขอที่ดินแลกเป็นเงินสด มารักษาตัว มาทำทุนทำมาหากินม๊าเขายังไม่ให้เลย..
*
ที่นี่ อมตะนคร.. มีแต่คนทำมาหากิน ซื้อตึกกันเป็นว่าเล่น... 2 ล้าน 3 ล้าน.. จากที่เคยเป็นป่า อย่างตลาดลาว ซื้อ 2 ห้อง ทำร้านทอง ปาเข้าไปตั้งเกือบ 15 ล้านบาท
*
ทำไมป๊าไม่มาซื้อที่แถวนี้เก็บไว้นะ ลูกชาย 2 คนของป๊าจะได้รวยกว่านี้
*
ตอนนี้เค้าเป็นหมาข้างถนน หมาขี้เรื้อน หมามะเร็ง.. สารพัด.. ปัจจุบันขณะก็เหมือนคนใกล้ตาย.. แต่ลูกชายป๊า เสวยทรัพย์ สมบัติ มรดก อากง อาม่า..มีกิน มีใช้ ถึงลูกถึงหลาน (ใหม่) ของมันไปอีกไม่รู้กี่ชาติ.. อายุใกล้ 50 ก็สบาย ไม่ต้องทำงานอะไรแล้ว..เฮ้อ..นึกอิจฉา (แต่ไม่ริษยา) ในวาสนา ของคุณป๊อป สุชาติ สุพรรณโกมุท.. ว่าแต่ ป๊า ยกที่ดินให้ป้อม เปสเช่ สุเทพ สุพรรณโกมุท หรือเปล่า .. คุณป๊อป บอกได้ แจ๋บอก ป้อมไม่ได้ที่ดิน ไม่ได้เงินสด..ตกลง ตระกูล "สุพรรณโกมุท" กับตระกูล "จงมีความสุข" ตระกูลไหน โกหก ตอแหลมากกว่ากันนะ..เค้าอยากรู้จัง (นี่ยังไม่รู้อีกเหรอเรา)
วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554
นาย..แป้งหัก..ตื่นตี 2 (T) เหรอ เก่งจัง
ตี 2 เค้ายังนอนหลับอุตุอยู่เลย.. ตาเฒ่าตื่นตี 2 มาเปิดเว็บโป๊ดูเหรอไงฮะ..
28 ธค.54 เอาเอกสารที่ print ไปให้ดู
ใบเสร็จรับเงินค่าส่งเอกสาร EMS 45 บาทค่าซองอีก 3 บาท (ไม่มีใบเสร็จ)
*
print ใบสมัครงาน 4 ใบ ใบบันทึกประกาศรับสมัครงานอีก 2 ใบ ใบละ 3 บาท ใบ เป็นเงิน 18 บาท
*
ซองใส่รูป ครึ่งตัว ถ่ายเต็มตัว อย่างละใบ ใบละ 100 รวมเป็น 200 บาท
*
"วันนี้จะเอาเท่าไหร่ ไปสมัครงาน เสียเงินกี่แสน ..เอาเป็นแสนไม่มีให้นะ เอาเป็นแสนไม่มีให้นะจะบอกให้"
*
"เอาแบงค์ย่อย ปลีกเป็นค่ารถ แบงค์ 100 9 ใบ แบงค์ย่อย 50+20x6 = 110 บาท (แถมเป็นค่ารถเมล์)
*
"ทำให้เค้าดี ๆ หน่อยละกัน ทำให้เค้าดี ๆ หน่อยละกัน"
*
สรุปคือต้องรับจ้างทำงานหาเงินกินข้าวเอง.. ไม่มีทุน ไม่ทรัพย์ ไม่มีสมบัติ ไม่มีมรดกอะไร ให้ไปทำมาหากิน..แม้สักชิ้นเดียว ..ต้องใช้สมอง ปัญญา กำลังกาย กำลังใจของตัวเอง ช่วยตัวเอง.. แม่ก็คิดช่วยได้เท่านี้.. เขาจะให้ไปทำงานด้วยหรือเปล่ายังไม่รู้เลย..
*
ซื้อหนังสือ guide ถักนิตติง เล่มนี้ดีมาก ที่ "คิโนะคุนิยะ" Siam Paragon ชั้น..ถาม PR ชั้น1หรือ2 บอกให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก 3 ชั้น / 178 บาท เหลืออีกเล่ม 184 บาท
*
หนังสือ "STEVE JOBS" ภาษาไทย ของ เครือ "Nation Books" ราคาติดปกหลัง 395 บาท ถามน้องแคชเชียร์ มีป้าย save 10% น้องบอก ลดได้อีก จากราคาที่ปก ไม่ต้องใช้บัตรสมาชิก..ที่ร้าน "คิโนะคุนิยะ"... เล่มหนาเตอะเลย..มีภาษาอังกฤษก็มี อีกค่ายหนึ่ง ราคาสูงกว่า 400 บาท ของ "เนชั่น" เย็บกี่.. สันทากาวด้านใน อาจจะแตกง่ายหน่อย ถ้าจะให้ทน..น่าจะใช้สว่ายเจาะรู แล้วเย็บร้อย ..เพราะ เครื่องเย็บกระดาษก็คงเย็บเอาไม่อยู่เหมือนกัน...
*
มีสุภาพสตรีคนหนึ่ง นั่งยอง ๆ อยู่เป็นนาน ดูหนังสือถักนิตติง เล่มนั้น อยู่นั้นแหละไอ้เราก็เดินเหล่ไปเหล่มา.. สุดท้าย น้องเค้าหยิบซองจดหมาย ปากกา ขึ้นมาเปิดหนังสือ "จดลาย" ไป ไม่ซื้อหนังสือ..ไอ้เราเปิด ๆ ดูจำไม่ได้หรอก..จดก็ไม่อยากจด..
*
*
print ใบสมัครงาน 4 ใบ ใบบันทึกประกาศรับสมัครงานอีก 2 ใบ ใบละ 3 บาท ใบ เป็นเงิน 18 บาท
*
ซองใส่รูป ครึ่งตัว ถ่ายเต็มตัว อย่างละใบ ใบละ 100 รวมเป็น 200 บาท
*
"วันนี้จะเอาเท่าไหร่ ไปสมัครงาน เสียเงินกี่แสน ..เอาเป็นแสนไม่มีให้นะ เอาเป็นแสนไม่มีให้นะจะบอกให้"
*
"เอาแบงค์ย่อย ปลีกเป็นค่ารถ แบงค์ 100 9 ใบ แบงค์ย่อย 50+20x6 = 110 บาท (แถมเป็นค่ารถเมล์)
*
"ทำให้เค้าดี ๆ หน่อยละกัน ทำให้เค้าดี ๆ หน่อยละกัน"
*
สรุปคือต้องรับจ้างทำงานหาเงินกินข้าวเอง.. ไม่มีทุน ไม่ทรัพย์ ไม่มีสมบัติ ไม่มีมรดกอะไร ให้ไปทำมาหากิน..แม้สักชิ้นเดียว ..ต้องใช้สมอง ปัญญา กำลังกาย กำลังใจของตัวเอง ช่วยตัวเอง.. แม่ก็คิดช่วยได้เท่านี้.. เขาจะให้ไปทำงานด้วยหรือเปล่ายังไม่รู้เลย..
*
ซื้อหนังสือ guide ถักนิตติง เล่มนี้ดีมาก ที่ "คิโนะคุนิยะ" Siam Paragon ชั้น..ถาม PR ชั้น1หรือ2 บอกให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปอีก 3 ชั้น / 178 บาท เหลืออีกเล่ม 184 บาท
*
หนังสือ "STEVE JOBS" ภาษาไทย ของ เครือ "Nation Books" ราคาติดปกหลัง 395 บาท ถามน้องแคชเชียร์ มีป้าย save 10% น้องบอก ลดได้อีก จากราคาที่ปก ไม่ต้องใช้บัตรสมาชิก..ที่ร้าน "คิโนะคุนิยะ"... เล่มหนาเตอะเลย..มีภาษาอังกฤษก็มี อีกค่ายหนึ่ง ราคาสูงกว่า 400 บาท ของ "เนชั่น" เย็บกี่.. สันทากาวด้านใน อาจจะแตกง่ายหน่อย ถ้าจะให้ทน..น่าจะใช้สว่ายเจาะรู แล้วเย็บร้อย ..เพราะ เครื่องเย็บกระดาษก็คงเย็บเอาไม่อยู่เหมือนกัน...
*
มีสุภาพสตรีคนหนึ่ง นั่งยอง ๆ อยู่เป็นนาน ดูหนังสือถักนิตติง เล่มนั้น อยู่นั้นแหละไอ้เราก็เดินเหล่ไปเหล่มา.. สุดท้าย น้องเค้าหยิบซองจดหมาย ปากกา ขึ้นมาเปิดหนังสือ "จดลาย" ไป ไม่ซื้อหนังสือ..ไอ้เราเปิด ๆ ดูจำไม่ได้หรอก..จดก็ไม่อยากจด..
*
28 ธค.54 เซ็นชื่อรับเงิน ในสมุดบันทึกเล็กของคุณนายแม่วิภา
"ของท่านเตี่ย 2,000 นี่ของแม่ให้อีก 1,000" รวมเป็น 3 พัน.. "เขียนหรือยังว่าเท่าไหร่ "/ "เขียนแล้ว" ว่า 28 ธค.54 ยืมเงิน 3,000"
*
ใช้กินให้ถึงกลางเดือนนะ.. (ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ค่ามัดจำห้อง 5,000)
*
"เตี่ยมึงไม่อยู่แล้วนะ เตี่ยมึงไม่ได้อยู่แล้วนะ"
*
"บ้านตึกทุกอย่าง ให้ทุกคนเหมือนกันหมด.. ให้เซ็นสลักหลังขายได้ อีก 30 ปี ถึงจะขายได้..ให้ตอนนี้ก็กินหมด..เก็บไว้แก่กิน.." กูจะอยู่ถึงแก่มั้ยเนี่ย
*
"เลิกด่าแม่มึงในเน็ตเหน็ดรึยัง" / "จบแล้ว ไม่พูดแล้ว"
*
ซื้อไม้นิตโค้ง 3.75 mm. 40 cm. 1 อัน 110.- / ไหม สหสินซัมเมอร์ 110.- / (มีแบบเส้นอ้วนด้วย ประมาณเกือบเบอร์ 20 สีไม่เยอะ)
*
*
ใช้กินให้ถึงกลางเดือนนะ.. (ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ค่ามัดจำห้อง 5,000)
*
"เตี่ยมึงไม่อยู่แล้วนะ เตี่ยมึงไม่ได้อยู่แล้วนะ"
*
"บ้านตึกทุกอย่าง ให้ทุกคนเหมือนกันหมด.. ให้เซ็นสลักหลังขายได้ อีก 30 ปี ถึงจะขายได้..ให้ตอนนี้ก็กินหมด..เก็บไว้แก่กิน.." กูจะอยู่ถึงแก่มั้ยเนี่ย
*
"เลิกด่าแม่มึงในเน็ตเหน็ดรึยัง" / "จบแล้ว ไม่พูดแล้ว"
*
ซื้อไม้นิตโค้ง 3.75 mm. 40 cm. 1 อัน 110.- / ไหม สหสินซัมเมอร์ 110.- / (มีแบบเส้นอ้วนด้วย ประมาณเกือบเบอร์ 20 สีไม่เยอะ)
*
วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554
นาย..ไม่ต้องกลัว เค้าจะเอาเงินนายนะ แค่อยากทำงานด้วย หาเงินเอง..ไม่รบกวนนายจริงๆ
ขอให้เค้าไปด้วยคน..เค้าทำงานให้ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเปลี่ยนหลอดไฟ..(เพราะนายไม่เอาเรือรบไปด้วย..เอาแต่นักรบไปทั้งน๊านเลย..น่ากลัวอ่ะ) ค่าจ้างไม่เกี่ยง..นอนดึกไม่ถอย..ตื่นเช้า..ถ่ายรูปพระอาทิตย์ ..สบายมาก..ฝนตกไม่หวั่น..ตากฝน ไม่เป็นหวัดก็ตากมาแล้ว.. ร้อนก็บ่ย่าน..เล่นเปตอง เดินตากแดดทั้งวัน..ไม่ได้หยุด.. หนาวก็งั้น ๆ เพราะนอนไม่ห่มผ้าห่ม แบบหนาว ๆ ก็ทนไหวค่ะ.. ขาเดี้ยงชานิดหน่อย..ก็ทนได้ค่ะ.. เดี๋ยวค่อยกลับมารักษา.. ถ้าได้ไปด้วย..เค้าจะต้องหัด "เดินขึ้นลงสะพานลอย" เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อขา ต้านแรงโน้มถ่วง..เวลาเดินขึ้นเขา..จะได้ไม่ค่อยเหนื่อย..
ไม่เมารถ ไม่เมาเรือ ไม่เมารัก..
*
ไม่เมารถ ไม่เมาเรือ ไม่เมารัก..
*
วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554
นาย..แป้ง..หมัก เค้าคิดว่าเค้าไปได้นะ เดี๋ยวค่อยกลับมาผ่า พักสัก 4 เดือน
แล้วค่อยไปใหม่ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยพัก 1 ปี.. แต่ตอนนี้ต้องขอไปก่อน.. เป็นไง ท้องเค้าใกล้ระเบิดเลยใช่ม๊า.. ไม่เป็นไรหรอก.. มีเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่พอทนได้.. ตอนนี้รักษาก็ไม่ทันอ่ะค่ะนะ
*
วันนี้นายคงได้รับเอกสารแล้ว.. รับผิดชอบชีวิตเค้าหน่อยนะ.. อย่าลืมวันที่มายืนยกกระป๋องโค้กซดซะ ไอ้ตาก็เล๊เหล่.. ไอ้เรารึก็นั่ง.. งง งง งง อ่ะดิ
*
กลัวไม่ได้ไปอย่างแรง..
*
วันนี้นายคงได้รับเอกสารแล้ว.. รับผิดชอบชีวิตเค้าหน่อยนะ.. อย่าลืมวันที่มายืนยกกระป๋องโค้กซดซะ ไอ้ตาก็เล๊เหล่.. ไอ้เรารึก็นั่ง.. งง งง งง อ่ะดิ
*
กลัวไม่ได้ไปอย่างแรง..
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
แจ๋ "เอ็งมันโง่ เขาให้.คนใกล้ตายน่ะ เขาเห็นแต่คนใกล้ตัว"
จบ คนตายไปแล้ว ก็จบไป..กูตาย มึงก็มาหาศพ..รึจริง ๆ พวกมึงไม่หาหรอก
*
แม่เอ็งให้เอ็งกลับไปรักษาตัว พอเอ็งหายดีเอ็งจะกลับไปชลบุรีก็ได้
*
แม่เอ็งเขาโอนให้เอ็งแล้วเมื่อวานพันนึง
*
ไอ้ป้อมก็ไม่ได้อะไร เตี่ยเอ็งเขาก็ไม่ได้ให้เงิน
*
เอ็งคิดไปเอง.. ทุกคน... (กูขี้เกียจฟัง) สามัญสำนึกกูคิดได้อย่างนี้ ต่างจากพวกมึง
*
มึงลองคิดดู "ถ้าให้คุณหนูหลิน พิมพา สุพรรณโกมุท กลับไปอยู่กับซาโกว โซ่ยโกว พวกมึงจะให้เขากลับไปอยู่กับ2อานั้นมั้ย"
*
"คนเป็นแม่ทำกับกูเป็นลูกแท้ ๆ อาการประสาทแดกยิ่งกว่า คุณหนูหลิน โดน 2 อานั่นทำเสียอีก"
กลับไปก็ประสาทหลอน ประสาทแดก วิตกจริต จิตตก..คิดอยู่อย่างเดียวว่า "แม่แท้ ๆ จ้องจะคอยด่า คอยทำร้ายอยู่ตลอดเวลา" กูอยู่ที่นี่ ถ้าไม่รอด ไม่มีกิน ไม่มีเงิน ไม่มีงาน.. ถ้าไม่เอามีดแทงตัวเองตาย ก็กระโดดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงให้จมน้ำตาย ดีกว่ากลับไปเป็นทาสให้แม่แท้ ๆ ด่า ๆ ๆ
*
"คนอย่างคุณหนูหลิน พิมพา สุพรรณโกมุท น่ะเหรอ จะเป็นโรคจิต กลัวคนนั้นคนนี้..กูได้ยินคุยกับไอ้ป๊อป รู้เรื่องรู้ภาษาเหมือนคนยิ่งกว่าคนปกติเขาคุยกันเสียอีก.. เหมือนพี่น้องรักกันมากคลานตามกันมา..
กับไอ้ป๊อปที่มันด่ากู "ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ไอ้กวนตีน" กับเมียมัน "โยนถ้วยเก็บขึ้นมาโยนไม่รู้กี่ครั้ง พร้อมตะโกนดัง ๆ "หมั่นไส้ อยากเตะคน" พูด+โยนถ้วย ไม่รู้กี่ครั้ง" พวกนี้น่ะเหรอที่ทำดีกับกู Edogเยาว เตะปี๊ป ปิดประตูเหล็กกระแทกใส่ ด่าสารพัดจะด่า กูไม่ตอบโต้.. กูยังเป็นคนเลวในหัวใจของคนเป็นแม่อย่างคุณนายวิภา จงมีความสุข...
*
กูสิต้องเป็นโรคจิต กลัวแม่แท้ ๆ ของตัวเองจะทำร้าย ด่า ๆ ๆ ๆ ๆ จนประสาทหลอน.. ตอนนี้กูจำได้แต่คำด่าของคุณนายวิภา จงมีความสุข..
*
เตี่ยเอ็งเขาให้มึงพันเดียวจริง ๆ ไอ้ป๊อปบอกพันเดียวจะไปพออะไร ให้เอ็ง 2 พัน
*
แปลกดีเนอะ.. คำพูดคนตาย กับชีวิตของคนเป็น..พวกมึงนี่ช่างเคารพคำพูดของคนตายขนาดนั้นเสียจริงๆ
*
แต่ทำไมคุณหนูหลิน โดน 2 อาตบ พวกมึงถึงช่วย ๆ ๆ ๆ ๆ ให้เงินยืม(สมมติว่าให้ยืม)เรียนจนจบปริญญาตรี แต่กูขอยืมเงินทุนมาทำมาหากิน เหมือนที่คนอื่นเขาทำมาหากินกันได้ กลับไม่ยอมให้.. ขอแลกที่ดินเป็นเงินสด ในส่วนที่คุณนายวิภา จงมีความสุข เคยพูดว่าจะให้ ก็ไม่ยอมให้ .. พวกมึงจะบีบบังคับกูไปถึงไหน
*
ชีวิตกูก็ไม่มีอะไรแล้ว..ไม่มีทางไป ไม่มีอะไรแล้วจริง ๆ
*
แล้วม้าเค้าจะให้มั้ย เงินค่าที่ดินน่ะ "แม่เอ็งเขาไม่ให้หรอก"
*
(กูนึกแล้วเชียว) กูเตรียมมีดปักอก กะระยะตัดขั้วหัวใจพอดี ต้องตายให้ได้ ดีกว่ากลับไปให้พวกมันโขกสับด่าได้ทุกเรื่องที่เห็น ด่าได้ทุกนาทีที่คิดได้..
*
เดี๋ยวกูจะนั่งรถไปสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ราวสะพานเตี้ยนิดเดียว โดดไม่ยากหรอก..
*
แม่มึงอยากได้ที่อยู่กูใช่มั้ย เอาไป..มึงมาไม่ทันกูตายหรอก 449 หมู่ 5 ซอยทองหลาง ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 เอาเบอร์โทร.เจ้าของบ้านไปด้วย 086-8280242 (ไม่ต้องเสียเงินจ้างนักสืบ..แม่มึงไม่จ้างหรอก.. ปล่อยให้กูตายน่ะดีแล้ว..
*
"ไม่รู้แจ๋ทำบาปหรือเปล่า ที่เรียกเอ็งกลับมารักษาตัวให้หาย.. ถ้าเอ็งเป็นอะไรไป แม่เอ็งก็สบาย.. แต่ถ้าเอ็งกลับมารักษาตัวหายดี..แม่เอ็งก็ลำบาก" พูดซ้ำ 2 ครั้ง / แจ๋พูดอย่างนี้ เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมายความว่ายังไง
สามัญสำนึกของเค้าแปลไม่ออก ภาษาแบบนี้ ปวดหัว..
*
คนพูดความจริง พูดครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 1,000 เนื้อหาใจความสาระสำคัญก็เหมือนกันทุกครั้ง
แต่คนพูดโกหก ตอแหล หลอกลวง ปลิ้นปล้อน กะล่อน ไม่จริงใจ พูดครั้งที่ 1 กับพูดครั้งที่ 2 ทุกคำพูด เนื้อหาใจความสาระสำคัญก็ผิดกันเป็นหน้ามือเป็นหลังมือ..
*
กูเบื้อชีวิตแล้ว.. อยู่กับพวกมึง..กูก็มีแต่ประสาทแดกตาย.. แทงตัวตาย อาจจะเลือดเยอะหน่อย ทำความสะอาดถูพื้นห้อง.. หรือไม่ก็กระโดดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงจมน้ำตาย ไม่มีเลือด เป็นศพจม รอให้ลอยขึ้นมา เดี๋ยวมูลนิธิเขาก็ไปเก็บศพเอง
*
แต่ถามป้อม บอก "ที่ดินเปล่าที่ป๊าให้ยังไม่ได้โอน" สรุปใครโกหก ใครตอแหล.. ว่า "ป้อมไม่ได้มรดกอะไรเลย" ไอ้ป๊อปพูดขับรถ "ที่ดินที่ป้อมได้ ถ้าขอม๊าเปลี่ยนเป็นเงินสด ม๊าก็ให้ ไม่มีปัญหา ..เอาไปซื้อบ้านใหม่ หรือที่ดินเปล่า ปลูกบ้านให้คนเช่า ก็มีรายได้ ได้เงิน"
*
*
แม่เอ็งให้เอ็งกลับไปรักษาตัว พอเอ็งหายดีเอ็งจะกลับไปชลบุรีก็ได้
*
แม่เอ็งเขาโอนให้เอ็งแล้วเมื่อวานพันนึง
*
ไอ้ป้อมก็ไม่ได้อะไร เตี่ยเอ็งเขาก็ไม่ได้ให้เงิน
*
เอ็งคิดไปเอง.. ทุกคน... (กูขี้เกียจฟัง) สามัญสำนึกกูคิดได้อย่างนี้ ต่างจากพวกมึง
*
มึงลองคิดดู "ถ้าให้คุณหนูหลิน พิมพา สุพรรณโกมุท กลับไปอยู่กับซาโกว โซ่ยโกว พวกมึงจะให้เขากลับไปอยู่กับ2อานั้นมั้ย"
*
"คนเป็นแม่ทำกับกูเป็นลูกแท้ ๆ อาการประสาทแดกยิ่งกว่า คุณหนูหลิน โดน 2 อานั่นทำเสียอีก"
กลับไปก็ประสาทหลอน ประสาทแดก วิตกจริต จิตตก..คิดอยู่อย่างเดียวว่า "แม่แท้ ๆ จ้องจะคอยด่า คอยทำร้ายอยู่ตลอดเวลา" กูอยู่ที่นี่ ถ้าไม่รอด ไม่มีกิน ไม่มีเงิน ไม่มีงาน.. ถ้าไม่เอามีดแทงตัวเองตาย ก็กระโดดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงให้จมน้ำตาย ดีกว่ากลับไปเป็นทาสให้แม่แท้ ๆ ด่า ๆ ๆ
*
"คนอย่างคุณหนูหลิน พิมพา สุพรรณโกมุท น่ะเหรอ จะเป็นโรคจิต กลัวคนนั้นคนนี้..กูได้ยินคุยกับไอ้ป๊อป รู้เรื่องรู้ภาษาเหมือนคนยิ่งกว่าคนปกติเขาคุยกันเสียอีก.. เหมือนพี่น้องรักกันมากคลานตามกันมา..
กับไอ้ป๊อปที่มันด่ากู "ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ไอ้กวนตีน" กับเมียมัน "โยนถ้วยเก็บขึ้นมาโยนไม่รู้กี่ครั้ง พร้อมตะโกนดัง ๆ "หมั่นไส้ อยากเตะคน" พูด+โยนถ้วย ไม่รู้กี่ครั้ง" พวกนี้น่ะเหรอที่ทำดีกับกู Edogเยาว เตะปี๊ป ปิดประตูเหล็กกระแทกใส่ ด่าสารพัดจะด่า กูไม่ตอบโต้.. กูยังเป็นคนเลวในหัวใจของคนเป็นแม่อย่างคุณนายวิภา จงมีความสุข...
*
กูสิต้องเป็นโรคจิต กลัวแม่แท้ ๆ ของตัวเองจะทำร้าย ด่า ๆ ๆ ๆ ๆ จนประสาทหลอน.. ตอนนี้กูจำได้แต่คำด่าของคุณนายวิภา จงมีความสุข..
*
เตี่ยเอ็งเขาให้มึงพันเดียวจริง ๆ ไอ้ป๊อปบอกพันเดียวจะไปพออะไร ให้เอ็ง 2 พัน
*
แปลกดีเนอะ.. คำพูดคนตาย กับชีวิตของคนเป็น..พวกมึงนี่ช่างเคารพคำพูดของคนตายขนาดนั้นเสียจริงๆ
*
แต่ทำไมคุณหนูหลิน โดน 2 อาตบ พวกมึงถึงช่วย ๆ ๆ ๆ ๆ ให้เงินยืม(สมมติว่าให้ยืม)เรียนจนจบปริญญาตรี แต่กูขอยืมเงินทุนมาทำมาหากิน เหมือนที่คนอื่นเขาทำมาหากินกันได้ กลับไม่ยอมให้.. ขอแลกที่ดินเป็นเงินสด ในส่วนที่คุณนายวิภา จงมีความสุข เคยพูดว่าจะให้ ก็ไม่ยอมให้ .. พวกมึงจะบีบบังคับกูไปถึงไหน
*
ชีวิตกูก็ไม่มีอะไรแล้ว..ไม่มีทางไป ไม่มีอะไรแล้วจริง ๆ
*
แล้วม้าเค้าจะให้มั้ย เงินค่าที่ดินน่ะ "แม่เอ็งเขาไม่ให้หรอก"
*
(กูนึกแล้วเชียว) กูเตรียมมีดปักอก กะระยะตัดขั้วหัวใจพอดี ต้องตายให้ได้ ดีกว่ากลับไปให้พวกมันโขกสับด่าได้ทุกเรื่องที่เห็น ด่าได้ทุกนาทีที่คิดได้..
*
เดี๋ยวกูจะนั่งรถไปสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ราวสะพานเตี้ยนิดเดียว โดดไม่ยากหรอก..
*
แม่มึงอยากได้ที่อยู่กูใช่มั้ย เอาไป..มึงมาไม่ทันกูตายหรอก 449 หมู่ 5 ซอยทองหลาง ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 เอาเบอร์โทร.เจ้าของบ้านไปด้วย 086-8280242 (ไม่ต้องเสียเงินจ้างนักสืบ..แม่มึงไม่จ้างหรอก.. ปล่อยให้กูตายน่ะดีแล้ว..
*
"ไม่รู้แจ๋ทำบาปหรือเปล่า ที่เรียกเอ็งกลับมารักษาตัวให้หาย.. ถ้าเอ็งเป็นอะไรไป แม่เอ็งก็สบาย.. แต่ถ้าเอ็งกลับมารักษาตัวหายดี..แม่เอ็งก็ลำบาก" พูดซ้ำ 2 ครั้ง / แจ๋พูดอย่างนี้ เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมายความว่ายังไง
สามัญสำนึกของเค้าแปลไม่ออก ภาษาแบบนี้ ปวดหัว..
*
คนพูดความจริง พูดครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 1,000 เนื้อหาใจความสาระสำคัญก็เหมือนกันทุกครั้ง
แต่คนพูดโกหก ตอแหล หลอกลวง ปลิ้นปล้อน กะล่อน ไม่จริงใจ พูดครั้งที่ 1 กับพูดครั้งที่ 2 ทุกคำพูด เนื้อหาใจความสาระสำคัญก็ผิดกันเป็นหน้ามือเป็นหลังมือ..
*
กูเบื้อชีวิตแล้ว.. อยู่กับพวกมึง..กูก็มีแต่ประสาทแดกตาย.. แทงตัวตาย อาจจะเลือดเยอะหน่อย ทำความสะอาดถูพื้นห้อง.. หรือไม่ก็กระโดดสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงจมน้ำตาย ไม่มีเลือด เป็นศพจม รอให้ลอยขึ้นมา เดี๋ยวมูลนิธิเขาก็ไปเก็บศพเอง
*
แต่ถามป้อม บอก "ที่ดินเปล่าที่ป๊าให้ยังไม่ได้โอน" สรุปใครโกหก ใครตอแหล.. ว่า "ป้อมไม่ได้มรดกอะไรเลย" ไอ้ป๊อปพูดขับรถ "ที่ดินที่ป้อมได้ ถ้าขอม๊าเปลี่ยนเป็นเงินสด ม๊าก็ให้ ไม่มีปัญหา ..เอาไปซื้อบ้านใหม่ หรือที่ดินเปล่า ปลูกบ้านให้คนเช่า ก็มีรายได้ ได้เงิน"
*
ร้านไปรษณีย์เขาเรียก "อยากให้ช่วยเลี้ยงลูกแฝดให้เขา" แต่พอให้ดูนิ้วโป้ง
ร้านไปรษณีย์เขาเรียก "อยากให้ช่วยเลี้ยงลูกแฝดให้เขา" แต่พอให้ดูนิ้วโป้งที่เป็นแผล ตุ่มใส คัน แตก กลัวติดลูกเค้า.. เค้าก็เลยไม่เอาเลย..
*
*
23 ธค.54 โทร.หาแจ๋ 15.14 น. แจ๋บอกลืมโทร.บอกแม่เอ็ง
โทร.หาแจ๋ว่า "ม๊าเค้าโอนเงินให้หรือยัง 1,000" "หา..เออ.แจ๋ลืม เดี๋ยวโทร.บอกแม่เอ็งให้"
*
จบกัน..เย็นนี้ไม่มีเงินกินข้าว.. อย่าหวังว่า ขอเปลี่ยนที่ดินไร่อ้อยเป็นเงินสดจะได้
*
พวกมันจะเรากลับไปเป็นทาส ให้ทำงานให้ตายอย่างเดียว..
*
*
จบกัน..เย็นนี้ไม่มีเงินกินข้าว.. อย่าหวังว่า ขอเปลี่ยนที่ดินไร่อ้อยเป็นเงินสดจะได้
*
พวกมันจะเรากลับไปเป็นทาส ให้ทำงานให้ตายอย่างเดียว..
*
วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ลืมที่แจ๋บอก "แม่เอ็งเค้าหวังให้เอ็งเป็นอย่างนั้น อย่างนี้"
ลืมที่แจ๋บอก "แม่เอ็งเค้าหวังให้เอ็งเป็นอย่างนั้น อย่างนี้" จริงเหรอ แต่เราว่า "แม่กูต้องการเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ กำหนดชีวิตของทุกคนให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องการให้ลูกชายสบาย ต้องการให้ลูกสาวคนเดียว ทำมาหากินแบบที่ตัวเองต้องการให้ ให้นังปูมันลำบากให้ตาย..สุดท้ายทรัพย์สมบัติ มรดก ให้ลูกชาย 2 คน ให้หลานสาว 2 คน.."
*
กูต้องการแค่ส่วนที่สมควรได้ ที่คุณนายแม่วิภา จงมีความสุข เคยพูดเอาไว้ หวังว่าจะรักษาคำพูด.. "ยกที่ดินไร่อ้อยให้เอ็ง 10 กว่าไร่ ราคา 3 แสนกว่าบาท.. แต่ตอนนี้เค้าต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสด มารักษาตัว ในสิทธิ์ที่เค้าสมควรได้.. จะตึกกี่หลัง คอนโดกี่ห้อง จะยกให้ลูกชาย หลานสาว คนดีคนไหนก็ยกให้ไปเถอะ" ขอแค่ส่วนที่เค้าเคยช่วยพ่อแม่ทำมาหากินตอนเด็ก ๆ ที่สมควรได้ก็พอ...
*
*
กูต้องการแค่ส่วนที่สมควรได้ ที่คุณนายแม่วิภา จงมีความสุข เคยพูดเอาไว้ หวังว่าจะรักษาคำพูด.. "ยกที่ดินไร่อ้อยให้เอ็ง 10 กว่าไร่ ราคา 3 แสนกว่าบาท.. แต่ตอนนี้เค้าต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสด มารักษาตัว ในสิทธิ์ที่เค้าสมควรได้.. จะตึกกี่หลัง คอนโดกี่ห้อง จะยกให้ลูกชาย หลานสาว คนดีคนไหนก็ยกให้ไปเถอะ" ขอแค่ส่วนที่เค้าเคยช่วยพ่อแม่ทำมาหากินตอนเด็ก ๆ ที่สมควรได้ก็พอ...
*
หน้าจอ Google สวยจังเลย merry'x mas & happy new year 2012 ล่วงหน้าค่ะ
หน้าจอ Google สวยจังเลย merry'x mas & happy new year 2012 ล่วงหน้าค่ะ
เผื่อข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันปีใหม่
*
เผื่อข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันปีใหม่
*
สงสัยนายแป้งหมักหลับไปแล้วมั้ง กะหมอนข้าง (ใครข้างมัน)
เดี๋ยวเค้าจะส่งจดหมายไปหาตะเองนะ.. รับด้วย..อ๊ะฟิ๊ว..ว..ว.. ถ้าหลับแล้ว อ่านพรุ่งนี้ก็ได้
*
love you JUB JUB
*
ตาเฒ่าพันปี.. ผมก็ไม่มี บ๊างบาง...
*
*
love you JUB JUB
*
ตาเฒ่าพันปี.. ผมก็ไม่มี บ๊างบาง...
*
แจ๋ บอกว่า ไอ้ป้อมก็ทำ...
โทร.หาแจ๋ตอนเกือบทุ่มนึง.. "ม๊าว่าไง" "เขาว่าไง แม่เอ็งให้เอ็งกลับอย่างเดียว" "กูไม่กลับ กูช่วยทำงานแทบตาย ไม่ได้อะไรเลย พวกมันได้ไปหมด" "ไอ้ป้อมก็ทำ..เตี่ยเอ็งเขารักไอ้ป้อมจะตาย" "แม่เอ็งเค้าให้เอ็งทำงาน ลงทุนให้เอ็งทำมีกินมีใช้ เอ็งก็ไม่เอา"
*
นั่นไงว่าแล้ว..เป็นอย่างที่เราคิดไว้ไม่มีผิด..
*
"บอกม๊าว่าขอพันนึง ซื้อเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม"
*
"เออ..เดี๋ยวแจ๋บอกแม่เอ็งให้"
*
"ท้อง ต้องผ่านไม่ใช่เหรอ แบบไอ้เล็ก..แม่เอ็งให้กลับมารักษาตัวที่นี่ เอ็งรักษาตัวที่โน่นจะทำยังไง ใครจะดูแล"
*
"โอ๊ย พวกมึงกระทืบกูขนาดนี้ ไม่ต้องมาดูมาแลกูหรอก..กูไม่กลับ"
*
"บอกม๊า เค้าไม่เอาที่ดินไร่อ้อย แต่ขอเปลี่ยนเป็นเงินสด กี่แสนก็ว่ามา จะเอาเงินมารักษาตัว รพ.ชลบุรี ก็รักษาดี.. ตึกแถวอะไร ไม่หวังว่าจะได้ ไม่เอาหรอก.."
*
"เดี๋ยวจะบอกแม่เอ็งให้ เค้าจะให้มั้ยไม่รู้"
*
แต่กูรู้ เขาไม่ให้ เขาจะบีบบังคับกูให้กลับไปเป็นทาสขายโชห่วย.. ให้กูทำให้เหนื่อย ให้กูทำให้ตาย..ส่วนลูกชาย 2 คนของเขาสุขสบาย มีค่าเช่าบ้าน มีเปอร์เซ็นต์เก็บค่าเช่าบ้าน มีกินมีใช้ ลูกหลานไปตลอดชีวิต... ส่วนกูช่วยพ่อแม่ทำมาหากินตั้งแต่เด็ก แก่แล้ว ป่วยใกล้ตาย มันก็จะยังให้กูทำงานให้ตลอดชีวิตไปจนตาย"
*
มึงมารอเก็บศพกูในแม่น้ำบางปะกงเถอะ...
*
*
นั่นไงว่าแล้ว..เป็นอย่างที่เราคิดไว้ไม่มีผิด..
*
"บอกม๊าว่าขอพันนึง ซื้อเสื้อกันหนาว ผ้าห่ม"
*
"เออ..เดี๋ยวแจ๋บอกแม่เอ็งให้"
*
"ท้อง ต้องผ่านไม่ใช่เหรอ แบบไอ้เล็ก..แม่เอ็งให้กลับมารักษาตัวที่นี่ เอ็งรักษาตัวที่โน่นจะทำยังไง ใครจะดูแล"
*
"โอ๊ย พวกมึงกระทืบกูขนาดนี้ ไม่ต้องมาดูมาแลกูหรอก..กูไม่กลับ"
*
"บอกม๊า เค้าไม่เอาที่ดินไร่อ้อย แต่ขอเปลี่ยนเป็นเงินสด กี่แสนก็ว่ามา จะเอาเงินมารักษาตัว รพ.ชลบุรี ก็รักษาดี.. ตึกแถวอะไร ไม่หวังว่าจะได้ ไม่เอาหรอก.."
*
"เดี๋ยวจะบอกแม่เอ็งให้ เค้าจะให้มั้ยไม่รู้"
*
แต่กูรู้ เขาไม่ให้ เขาจะบีบบังคับกูให้กลับไปเป็นทาสขายโชห่วย.. ให้กูทำให้เหนื่อย ให้กูทำให้ตาย..ส่วนลูกชาย 2 คนของเขาสุขสบาย มีค่าเช่าบ้าน มีเปอร์เซ็นต์เก็บค่าเช่าบ้าน มีกินมีใช้ ลูกหลานไปตลอดชีวิต... ส่วนกูช่วยพ่อแม่ทำมาหากินตั้งแต่เด็ก แก่แล้ว ป่วยใกล้ตาย มันก็จะยังให้กูทำงานให้ตลอดชีวิตไปจนตาย"
*
มึงมารอเก็บศพกูในแม่น้ำบางปะกงเถอะ...
*
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)