วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556
แม่บอกเราใช้เงินแม่ 10 ปี ใช้ไปเป็นล้านบาท (ตกปีละหมื่น) จริงเหรอ / ปี47 แม่ Boom แต่งงานกับพ่อ ประมาณปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม ลูกคลอดเดือนพฤศจิกายนปลายเดือน ก่อนหน้านี้ไปช่วยทำของชำรวยงานแต่ง (มีข้อผิดพลาดจกาน้องสาวเขา...
ปี47 แม่ Boom แต่งงานกับพ่อ ประมาณปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม ลูกคลอดเดือนพฤศจิกายนปลายเดือน ก่อนหน้านี้ไปช่วยทำของชำรวยงานแต่ง (มีข้อผิดพลาดจกาน้องสาวเขา...) / ปี 47 พค. ไปอยู่ก่อน (กลับจากกำแพงเพชร แม่ให้ใช้เดือนละ4,000 สั่งเล็กให้เบิกอาทิตย์ละ 1 พัน.ห้ามเบิกก่อน ล่วงหน้า เป๊ะ) ไปอยู่ 3 เดือน (เป็นเงิน 12,000) ... ตีซะประมาณ เมย.-ธค.47 = 9 เดือน / ปี48 = 1 ปี / ปี49 = 1 ปี / ปี 50 กลับบ้านมาอยู่ห้องเก็บของดินแดง ประมาณปลายกพ.50 รวมไปอยู่บ้านคนอื่นเลี้ยงลูก ค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาท (มา 3 เดือน ให้ 6,000 หลังจากลูกเข้าโรงเรียน เราหนีไปอีกบ้านหนึ่ง เขาไล่กลับมา พ่อแม่ลูกให้เดือนละ 5,000 เราอยู่เฉย ๆ เฝ้าบ้าน ลูกไปโรงเรียนเนอร์สเซอรี่แล้ว) เกือบ 3 ปี ...ที่อยู่บ้านนี้.. แม่ไปหาเพื่อนที่ที่ทำงาน บอกว่า"ชื่อปูย้ายทะเบียนไปอยู่ที่ซอยพิพัฒน์อะไรเนี่ยแล้วนะ" ไม่ได้ฝากเงินให้เราแม้แต่สลึงเดียว.. 3ปี ถ้าแม่ให้เงินเราใช้เดือนละ 10,000 (12x10,000 = 120,000 **** 3 ปี ต้องเป็นเงิน 120,000x3 = 360,000 บาท)สิ..ทำไมเราถึงต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่มีกินไม่มีใช้ รอเงินค่าจ้าง ครึ่งเดือนให้ที 2งวด งวดละ 2,000 บาท แม่ของลูกบอก ให้เราเดือนละ 6,000 ตั้งแต่ต้น เขามาให้ตอนที่ ลูกศิษย์ฮวงจุ้ย ถามเรา วันนั้นกลับมาบ้านนี้กันค่ำแล้ว..อาจารย์ฮวงจุ้ยถาม เราได้ค่าจ้างเท่าไหร่ ตอบ "4,000" เขาถามทำงาน-เข้านอน กี่ชั่วโมง.. "ก็ตั้งแต่พ่อแม่ออกจากบ้าน บางวันตี4 ตี5 บางวัน 6 โมงเช้า..กลับก็ประมาณ 3-4 ทุ่ม" เขากลับมาแล้ว เอาลูกแล้ว เราถึงล้างขวดนม ขวดนม ถ้าชามน้อย ก็ล้างชามกินข้าวด้วย... 3 เดือน เขาถึงให้ 2 งวด งวดละ 3,000 เรายังถามเลย "ทำไมงวดนี้ให้ 3,000 ทุกทีให้งวดละ 2,000" / "แม่ของลูกบอก ก็ใส่ซองให้ปูแยกกับค่าฟอกไตของแม่เดือนละ 6,000 ไง ก็มีให้ขาดบ้าง ให้เกินบ้าง" เป็นไปได้เหรอ เจ้าแม่บัญชี เหรัญญิกสหกรณ์ การเงิน เบอร์ 1...เรื่องเงินมีผิดพลาด ให้ขาดได้เหรอ ผิดสัญชาตญาณนักบัญชี ให้เกินได้เหรอ..นี่ยิ่งผิดใหญ่ จ่ายเงินเกิน.. เราเอาเข้าบัญชี ตอนหลังคิดว่าชั่งมันเถอะ เลยฉีกทิ้ง แต่จดไว้.. เอาให้เขาดู เขาบอก "นี่ไง วันนี้ชนวันนี้ เท่ากับ 1 งวด 2,000 นี่ก็นับเป็น 3 งวด 6,000" (เราจดน่ะ มี 2 งวด ..มีอย่างที่บอก 3 เดือน ก่อนที่จะเอาลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล ให้เดือนละ 6,000) ตอนหลังบ้านนี้คุยกับบ้านนั้นอย่างไรไม่ทราบ..บ้านนั้นเขาบอก "พี่ปูกลับไปอยู่บ้านนี้เถอะ แม่ของลูกคนนี้ต้องการตัวพี่มากกว่า" ไล่ให้กลับมา ตอนแรกคุยโทรศัพท์กัน..อยากให้ อยากได้เราไปเลี้ยงลูกเขาจะตาย.พอไปเลี้ยง เด็กลูกผู้หญิง เขาไม่เอา ร้องไห้แหกปาก ทำแต่งวตวเขาช้า.. ตอนหลัง เด็ก ท้องมีอาการเหมือนติดเชื้อรา.. ที่หน้าท้องส่วนบน-ล่าง ไปหาหมอ..มีแผ่นพับใบปลิว ว่า "บางทีคนเลี้ยงอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งเร้า สารกระตุ้น ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเชื้อราขึ้นได้ " พ่อแม่ของลูกสาวบ้านนี้ เขาเลยไล่เราให้กลับไปที่เก่า..(มีต่อ)...
เครปใบเตยกับซอสมะม่วงเสาวรส และครีมมะพร้าว (10 ที่)
เครปใบเตยกับซอสมะม่วงเสาวรส และครีมมะพร้าว (10 ที่) / ไข่ไก่ 80 กรัม / น้ำตาลทราย 15 กรัม / เกลือ 2.5 กรัม / น้ำมันมะกอกฟิลิปโป เบอร์ลิโอ ชนิด Mild&Light 30 กรัม / นมสด 315 กรัม / แป้งเค้ก 125 กรัม/ น้ำคั้นใบเตย 15 กรัม / วิธีทำ ตีไข่ไก่น้ำกับน้ำตาลให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ เติมเกลือ น้ำมันมะกอก และนมสดลงไป ตีให้เข้ากันอีกครั้ง ค่อย ๆ ใส่แป้งเค้ก ตีส่วนผมจนแป้งเข้ากันไม่เป็นเม็ด ใส่น้ำคั้นใบเตย คนให้เข้ากัน กรองส่วนผสมผ่านกระชอน จนเนียนดีแล้วนำไปกลอกในกระทะเทฟลอน ใช้ไฟปานกลาง จนสุก และแป้งล่อนออกจากกระทะ ทำต่อจนหมดส่วนผสม /*** ส่วนผสมซอสมะม่วงเสาวรส มะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นเต๋า (1) 150 กรัม / น้ำมันมะกอก 5 กรัม/ เสาวรส 30 กรัม / น้ำเปล่า 50 กรัม / น้ำน้ำนาว 30 กรัม/ น้ำตาล 50 กรัม/ เกลือ 2 กรัม / ใบสะระแหน่ 5 กรัม / มะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นเต๋า (2) 50 กรัม (1x1cm.) / วิธีทำ ผัดมะม่วงุสกปอกเปลือกหั่นเต๋า(1)กับน้ำมันมะกอก ในหม้อแล้วเติมน้ำ ตั้งไฟจนมะม่วงนิ่มแล้วยกออกจากเตา ใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด แล้วใส่กลับลงหม้ ยกขึ้น ตั้งไฟอีกครั้ง ใส่เสาวรส คนให้เข้ากัน ปรุงรสชาติด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากัน ยกลง พักไว้ให้เย็น ใส่ใบสะระแหน่และมะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นเต๋า (2) ที่เตรียมไว้ลงในซอส นำไปใช้ได้ ***** ส่วนผสมครีมมะพร้า / กะทิ 70 กรัม/ นมสด 25 กรัม/ น้ำตาลทราย 15 กรัม/ เจลาติน 4 กรัม / วิปปิงครีม 125 กรัม/ วิธีทำ 1.ผสมกะทิ นมสด และน้ำตาลในหม้อ นำไปตั้งไฟแค่พออุ่นแล้วยกลง ใส่เจลาตินที่แช่น้ำเย็นไว้จนนิ่ม คนให้เข้ากัน พักไว้ 2.ตีวิปปิงครีมให้ตั้งยอดด่อน แล้วนำไปตะล่อมให้เข้ากันกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ นำครีมที่ได้ไปทาบนแผ่นเครป หรือจะเสิร์ฟแยกกันก็ได้ วิธีประกอบ ทาครีมมะพร้าวบนแผ่นเครปใบเตยแล้วม้วนเป็นแท่ง จัดใส่จาน ราดด้วยซอสมะม่วงเสาวรส ก่อนเสิร์ฟ
"ปั้นขลิบ" Health&Cuisine ธันวาคม 2556 อาจารย์เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์ บอก "ไม่ใช่ ปั้นสิบ หรือ แป้งสิบ แน่นอน " เพราะ "ขลิบ" ในที่นี้หมายถึงขั้นตอนการจีบชายแป้งของอาหาร...
"ปั้นขลิบ" Health&Cuisine ธันวาคม 2556 อาจารย์เพ็ญพรรณ สิทธิไตรย์ บอก "ไม่ใช่ ปั้นสิบ หรือ แป้งสิบ แน่นอน " เพราะ "ขลิบ" ในที่นี้หมายถึงขั้นตอนการจีบชายแป้งของอาหาร...ให้ติดกันสนิทและสวยงาม / แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย / แป้งข้าวเหนียว 1 ชต./ แป้งเท้ายายม่อม 1 ชต. / แป้งมันสำปะหลัง 3 ชต. / น้ำเปล่า 2 ถ้วย / ผสมเข้าด้วยกันจนละลายดี จึงเทใส่กระทะทองเหลือง แล้วกวนด้วยไฟกลางให้แป้งสุกเกาะกันเป็นก้อนและล่อนออกจากกระทะเล็กน้อย ลองใช้มือทาแป้งมันสำปะหลังบาง ๆ แล้วหยิบแป้งมาปั้นดู หากปั้นได้โดยไม่ติดมือถือว่าใช้ได้ ปิดไฟ / ตักแป้งใส่ถุงพลาสติกหรือภาชนะมีฝาปิดสนิท พักไว้ / ขั้นต่อไปคือ การทำไส้ สมัยโบราณใช้เนื้อปลาช่อนสดนำไปย่าง แต่สูตรนี้ คุณกิติภูมิ และดิฉันขอแนะนำ "ปลาสำลี" แทน เพราะคาวน้อยกว่าและเนื้อนุ่มฟู อร่อยเป็นพิเศษ ขั้นตอน นำปลาสำลีสดมาย่างจนสุกพอดี ระวังอย่าให้เนื้อปลาแห้งเกินไป เมื่อนำไปผัดไส้ขนมจะไม่ร่อย ได้ที่แล้วนำปลามาแกะเอาแต่เนื้อแล้วโขลกในครกให้ฟู ให้ได้ประมาณ 2 ถ้วย ตักขึ้นพักไว้ ส่วนผสมอื่น ๆ ได้แก่ / รากผักชีซอย 10 ราก / กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 5 กลีบ / พริกไทยขาวคั่ว 1 ชช. / โขลกรวมกันให้ละเอียด หอมเจียวและกระเทียมเจียวสับละเอียดชนิดละ 1.5 ชต. / น้ำตาลปึก 2 ชต. / น้ำตาลทราย 1 ชต. / ซีอิ๊วขาว 2 ชต. / น้ำมันพืช 2 ชต. / เตรียมไว้เสร็จสรรพ เมื่อเครื่องพร้อม / เริ่มผัดไส้ โดยผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาวที่โขลกไว้กับน้ำมันให้หอม ใส่น้ำตาลปึกและน้ำตาลทรายลงไปผัดให้ละลาย เติมซีอิ๊วขาว จากนั้นใส่เนื้อปลาลงไปผัด พร้อมกับหอมและกระเทียมเจียวที่สับไว้ ระวังวังอย่าผัดไส้ขนมให้แห้งเกินไป เพราะจะรับประทานไม่อร่อย ชิมรสดูให้มีรสเค็มหวนเข้มข้นส้กหน่อย เวลารับประทานกับแป้งจะพอดี เมื่อได้ที่แล้วปิดไฟ / ตักส่วผสมไส้ใส่ภาชนะพักให้เย็นก่อนนำไปใช้ หากไส้ขนมร้อนเมื่อนำไปห่อด้วยแป้งจะเกิดไอน้ำทำให้แป้งเละ / เริ่มห่อปั้นขลิบ โดยโรยแป้งนวลซึ่งทำจากแป้งมันสำปะหลัง ลงบนโต๊ะหรือเขียงรองคลึงแป้ง วางแป้งปั้นขลิบที่กวนได้ลงบนแป้งนวล ทาไม้คลึงแป้งด้วยแป้งนวลก่อน คลึงให้เป็นแผ่นบาง แต่อย่าให้บางมากนัก เพราะเมื่อนำมาห่อไส้แป้งจะฉีกขาด จากนั้นใช้พิมพ์วงกลมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว กดลงบนแป้งให้เป็นแผ่นกลม เมื่อได้แผ่นแป้งแล้ว ปั้นไส้ขนมด้วยมือให้เป็นรูปทรงรี วางลงตรงกลางแผ่นแป้ง ใช้นิ้วจุ่มน้ำ แล้วทารอบ ๆ ขอบแป้งด้านในก่อนพับชายแป้งให้ติดกัน ตอนนี้ขนมในมือคุณจะมีรูปทรงเป็นครึ่งวงกลม เมื่อทำใด้เช่นนี้ ต่อไปคือการ "ขลิบ" ชายแป้ง โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ค่อย ๆ จับชายแป้งจากส่วนหัวของขนม บีบให้ติดกันแล้วพับกลับเข้ามาที่ตัวขนม ขยับทำเช่นนี้ไปเรื่อย จนสุดปลายขนมอีกด้าน / เมื่อทำตัวขนมเสร็จหมดแล้ว นำใบมาตองมาฉีกเป็นร่องตรงกลางใบ โดยไม่ขาดออกจากกัน / วางรองลงบนลังถึงทาน้ำมันบนใบตองให้ทั่ว ชิ้นปั้นขลิบวางเรียงลงไป พรมตัวขนมด้วยน้ำเปล่าเล็กน้อย ก่อนนำไปนึ่งไฟกลางราว 15 นาที จนขนมสุก จึงปิดไฟ / พรมน้ำบนตัวขนมที่นึ่งสุกแล้วอีกครั้ง ก่อนใช้พู่ใบตองจุ่มน้ำมันพรมลงบนขนม บาง ๆ ให้ทั่ว จัดเรียงใส่จานให้สวยงาม พร้อมด้วยผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน เท่านี้ก็เสร็จสิ้น ทานได้... / ครัวคุณต๋อย ปั้นสิบ แป้งข้าวจ้าว แป้งมัน สัดส่วน อย่างละครึ่ง..น้ำ ใส่หม้อตั้งไฟ กวนไฟอ่อน จนแป้งล่อนจากหม้อ ปิดไฟ เอาแป้งออก ใส่แป้งนวล(เขาไม่ได้บอกหรือเราจำไม่ได้) ว่าแป้งนวลคือแป้งข้าวเจ้าหรือแป้งมัน.. นวดจนแป้งเนียนเข้ากันดี จับปั้นได้สวย.. คนปั้น พับแป้งห่อไส้แล้ว.. ครึ่งวงกลม ด้านโค้ง เข้าหาตัว ด้วยมือซ้าย นิ้วโป้งมือขวา กดแป้งไปลงให้ติดตัวขนมหลังโค้ง.. ขวากด ให้ร่องจมไปทางซ้าย กดไป ๆ ๆ ๆ จีบสวย...พี่ต๋อยไตรภพ บอก ปั้นสิบ ต้องขลิบริมให้ได้ 10 ร่อง ... เด๋วค่อยดูใหม่อีกที ถ้าไม่ลืม
"ยาจีน - น้ำผึ้ง" พ่อแม่โรคจิต(บ้า) เด็กขมปาก ร้องไห้แหกปาก พ่อจับแก้มบีบปากลูกให้อ้าปากกว้าง ๆ ..แม่จับถ้วยยากรอกใส่ปากลูก หกบ้าง สำลักบ้าง..ลูกก็ร้องไห้ตามหน้าที่ไป...
"ยาจีน - น้ำผึ้ง" พ่อแม่โรคจิต(บ้า) เด็กขมปาก ร้องไห้แหกปาก พ่อจับแก้มบีบปากลูกให้อ้าปากกว้าง ๆ ..แม่จับถ้วยยากรอกใส่ปากลูก หกบ้าง สำลักบ้าง..ลูกก็ร้องไห้ตามหน้าที่ไป... / ลูกประมาณ ขวบครึ่ง..แต่ก็อย่างว่า..พ่อแม่มีวิธีให้ลูกกินยาจีน ที่ดีที่สุดคือวิธีนี้../ ตอนนี้ลูกอายุ 10 ขวบแล้ว.. ตอนนี้ถ้าลูกจะกินยา ร้องขอ "แม่ มีน้ำผึ้งมั๊ย ผสมให้ลูกหน่อย จะได้กินยาได้ดีขึ้น" / วันก่อน แม่ได้ยินเสียงเราไอในห้อง เอายาเม็ดสีเขียวให้กิน..เราเลยแกะให้ลูกกิน 1 เม็ด พร้อมน้ำดื่ม 1 แก้ว..ลูกเอาเข้าปาก บอก "ขม" / "ก็น้ำตามหมดแก้วเลยลูก" / "หมดแล้วแล้ว มันไม่ลงอ่ะ" / เปิดประตูไป จะไปเอาน้ำอีกแก้ว ลูกร้องขอน้ำผึ้งใส่ในน้ำให้หน่อย...เราเทแต่น้ำเปล่า 1 แก้ว ให้ลูกดื่ม (แม่คิดว่าเราไอ .แต่จริง ๆลูกไอ..เพราะวัน ๆ ไม่มีใครใส่ใจ ให้ลูกดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร..หรือแม้แต่นมสด (เรายังต้องคิดดูก่อนว่า นม 1 กล่อง 1 ลิตร น่ะ แม่เค้าให้ลูกกินกี่วัน ..ไม่ใช่วันละลิตรหรอกมั๊ง..ขี้เหนียว เขี้ยว เคี่ยว(ขบกัดลูก) เค็ม กว่ามหาสมุทร..พ่อก็หาแต่เงิน.. ลูกร้องไห้แทบบ้าคลั่ง...2 ทุ่มจับกรอกยาจีน.. / ตอนลูกเกิดใหม่ ๆ กลับมาบ้าน แม่ผู้แสนดี บ่นให้ฟัง.. น้ำเสียงเกรงใจ๊ เกรงใจ "ลูกร้องเสียงดัง เกรงใจข้างบ้าน" (เออถ้าเกรงใจข้างบ้าน แล้วมีลูกทำไมวะ).. / ข้างบ้าน ซ้าย พี่..ลูกชาย ลูกสาว อย่างละคน โตแล้ว / หน้าบ้าน เด็กผู้ชาย 9 ขวบมั๊ง เกเร เอาแต่ใจ..ไม่ได้อย่างใจ เขวี้ยง ตะโกนลั่นบ้าน / ข้างบ้านฝั่งตรงข้าม ลูกสาว 2 คน โตแล้ว...
วันนั้น แ่ม่ของลูกชายโทร.เข้ามือถือเรา.. ขอให้เราไปลูกชายให้เขาหน่อย..เพราะแม่มีอบรมที่โรงแรม The Emerald รัชดา.. บอกลูกเป็นไข้สูงด้วย..
วันนั้น แ่ม่ของลูกชายโทร.เข้ามือถือเรา.. ขอให้เราไปลูกชายให้เขาหน่อย..เพราะแม่มีอบรมที่โรงแรม The Emerald รัชดา.. บอกลูกเป็นไข้สูงด้วย.. / พอถึงบ้าน ให้เขาอาบน้ำเปิดฝักบัว สายจากเครื่องทำน้ำอุ่น.. เราก็ไม่รู้.. ฉีดบนตัวลูกเลย ลูกสะดุ้ง แล้วลูกก็ไม่ยอมบอกว่า "น้ำเย็น" จะบ้าตาย.. พอปิดฝักบัว ถึงรู้ว่าน้ำเย็น รีบเช็ดตัวลูกใหญ่เลย.. ผิดพลาดมากเลยอี๊ / แม่ให้ไปที่โรงแรมวันรุ่งขึ้น ไปรับลูกชายกลับมาที่คอนโดฯ.. เราก็ไป (เมื่อวานเย็นแวะซื้อ หมอนลมเป่ารูปดอกไม้สีชมพู 5 กลีบ เป่าลมแล้วพองไปทีละกลีบ เป็นของเล่นล่อลูก)...ไปถึงเขางอแง ติดแม่ เกาะแจ.. เอาของเล่นล่อให้แกะลูกออก..แม่ให้ตังค์ บอก พาลูกชายไปกินข้าวร้านตามสั่งข้างโรงแรม..ลูกเป็นไข้ แดดก็ร้อนแล้ว เดินลงถึงชั้น Lobby ถามลูกกินในโรงแรมนี้มั๊ย ลูกบอก "เอา กินในโรงแรมนี่แหละอี๊" / เลยสั่้งข้าวต้มกุ้ง (120 บาท) รู้ว่าลูกกินไม่เยอะ.. แต่อยากให้เขาผ่อนคลาย สบาย ๆ (กลับถึงบ้านบอกแม่ ทำท่าทางไม่พอใจ..ว่าเราใช้เงินเปลือง..ทำไมต้องกินข้าวโรงแรม แพงจะตาย)... / โทร.สั่งให้รถทำงานของ Office (แม่เป็นหัวหน้าคุมคิวรถ) ..มารับอี๊กับลูกชายกลับคอนโดฯ... ซื้อบะหมี่ ลูกก็แทบจะไม่กิน..ซื้อข้าวก็แทบจะไม่กิน.. ให้กินยาลดไข้(อย่างแรง) เพราะแม่บอก ไปหาหมอที่พญาไทมา.. เขาให้ยามากิน.. (เป็นแบบลดไข้อย่างแรง ในรายที่ไข้สูงกว่า 37 องศาC ถ้าจำไม่ผิด แม่บอก ยานี้ห้ามกินติดต่อกันเกิน 2 วัน..เพราะจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ หรือช็อคได้) ..เวลาลูกหลับ เอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ชุบน้ำธรรมดาบิดแห้ง เช็ดตัวตามซอกรักแร้ ซอกข้อพับขา ซอกคอ หน้า หลัง ขาหนีบ..(ครบบ้างไม่ครบบ้าง) เราให้กินยา จดเวลากินยา จำนวน CC. ระยะห่างกี่ชั่วโมง.. หนึ่งวันผ่านไป แม่กลับมา นอนคอนโดฯ.. /วันรุ่งขี้น เราดูลูกที่คอนโดฯ ลูกเลยอาบน้ำเย็นโดยไม่ตั้งใจ เราเปิดแอร์ ในครัว มันเป่าห่าง ๆ ...(เวลาลูกเป็นไข้ แม่จะไม่ให้เปิดพัดลมเลย..ให้ลูกเหงื่ออกเยอะ ๆ ให้เช็ดตัวด้วน้ำอุ่น(ออกร้อน)จัด... เราก็เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาจากก๊อก อาจารย์หมอก็บอกอย่างนั้น..เราก็เปิดพัดลม แหงนหน้าขึ้น กะลมเป่าแผ่ว ๆ ผ่านตัวนิดหน่อยให้พอเย็น ลูกจะได้หลับลึก หลับสบาย..ลูกหลับก็เช็ดตัวไป ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า (อาจารย์หมอบอก..เราจึงรู้สึกว่า เดา..ทำ.ได้ถูกทางพอสมควร)... / แม่อบรมเสร็จแล้ว.. วันรุ่งขึ้น เราบอก 2 วันแล้ว ไข้ไม่ลดแล้วนะ... ต้องหาหมอแอ๊ดมิดแล้ว.. (ก่อนหน้านี้แม่บอกให้ยามากินก่อน..ถ้าไข้่ไม่ลดไปหาหมออีกที)...ขึ้นรถกระบะ แม่ขับ ถึงทางแยกจะเลี้ยวออกบางแคแล้ว.. แม่พูดกับลูก กลับบ้านเลยหรือจะไปแวะหาหมอก่อน แน่นอน ลูกก็ต้องตอบว่า "ไม่ไปหาหมอ กลับบ้านเลย" วันนั้นให้กินยา บ่าย 3โมงครึ่ง 1หลอด (จำซีซีไม่ได้) ..เราบอกพูดเหมือนธรรมดา (แต่ด่าในใจ..นี่แม่หรือนี่).. "ไหน ๆ ก็หมอบอกแล้ว ก็แวะหาหมอก่อนเลย..พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องออกมาอีก ขับรถเสียเวลา".. พูดซ้ำหลายครั้ง ยืนยัน (ตอนแรกแม่จะให้เรากลับเลย..ไม่ต้องตามลูกไปส่งที่บ้าน ลูกก็ขอให้ไปนอนด้วยที่บ้าน)... / พอถึงรพ. พยาบาลเช็คไข้ ให้พบหมอ.. เราก็ฟัง หมอบอกเลย "ผมให้คุณแม่เลือก คุณแม่เลือกให้รับยาไปให้ลูกกินก่อน..แต่วันนั้นใจจริงหมออยากให้ลูกชายของคุณแม่นอนรพ แอ๊ดมิดเลย.." น๊าน..เราถึงบางอ้อเลย..(ทั้งที่อยู่บางแค).. เราถามเลย "ถ้าไข้ไม่ลดตามนี้..ต้องนอน แอ๊ดมิดเลยวันนี้ใช่มั๊ยคะหมอ" / "คือหมอคิดว่าต้องนอนแล้วล่ะ ถามลูกกินยากี่โมง กี่ซีซี" แม่ทำอิดออด.. / เราเลยหลอกล่อให้ลูกระบายสีในภาพ ลูกระบายได้ดี สวย น้ำหนักมือดี..ไม่เลยขอบ.. เราขอหลอดซริงค์ฉีดยามาให้ลูกเล่น..ทำเป็นหมอฉีดยาลูก (เพื่อไม่ให้ลูกกลัวเข็มฉีดยา..เพราะเดี๋ยวต้องโดนฉีดแน่นอน) ลูกก็เ่ล่น.. / พอเข้าห้องเตรียมตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า..ลูกร้องโวยวาย..จะตายเอาเสียให้ได้.. ไม่ยอมฉีด พยาบาลหลายคน แม่ก็ต้องล็อค ฉีดยา ใส่เข็มสายน้ำเกลือ..เสร็จ หายร้องไห้..เข้าห้องพัก ลูกรำคาญพูด จะดึงบอก "เอานี่ออกไปเดี๋ยวนี้เลย" / ต้องพูด ว่า "ต้องกินน้ำเกลือก่อนลูก แทนอาหาร" / แม่ทำแย้ง..มีความรู้แบบหมอเดี๊ยะ.. "ไ่่ม่ให้พูดว่ากินน้ำเกลือ..ต้องพูดว่าให้น้ำเกลือเข้าร่างกาย (จำไม่ได้แล้ว คำวิชาการภาษาหมอซะด้วย..แม่มีน้องสาวเป็นพยาบาลเก่ง 1 คน)... / สุดท้ายหมอสรุป ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องนอนซะ 3 หรือ 4 วัน (ค่ารักษา ถ้าจำไม่ผิด 11,900 เกือบ 12,000 ไม่ใช่ 19,000) แม่พูดว่า "ลูกมีประกันสุขภาพ.. ไม่น่ามาเป็นตอนนี้เลย ถ้าอีก 2 วัน ล่ะก็ถึงจะเบิกได้" ลูกไม่สบาย เลือกไ้ด้ด้วยเหรอ... เงินเค็ม เกลือขึ้น จนลูกทรมานเพราะไม่สบายหลายครั้งแล้ว..พ่อแม่ไม่เคยรู้สึกเลย..ว่าชีวิต ความเจ็บป่วยของลูกมันทรมาน..ให้ลูกรอ.. / พ่อบอก "ให้ลูกรอกินยาจีน.." เราให้กินยาฝรั่งไปก่อนแล้ว 6 โมงเย็นแ้ล้ว ไม่เห็นพ่อแ่ม่กลับมาเลย.. พอใกล้ถึงบ้าน จะ 2 ทุ่มแล้วแม่โทร.เข้าบ้าน ..บอกให้กินยาแล้ว ได้ยินเสียงพ่อบ่นอารมณ์เสียจากหูโทรศัพท์ "แม่ไม่ได้บอกมันเหรอ..ว่าให้รอ เราจะให้ลูกกินยาจีน"... / วันนั้น เราไปหาลูก พอดีไม่สบาย..แม่ชงยาจีนให้เป็นแก้ว.. ขมจะตายห่า.. บังคับให้กิน (แก้วขนาด 22ออนซ์ แก้วยาวทรงสูง) ได้เราเห็นก็สงสาร (กินตั้งแต่เช้าก่อนไปโรงเรียน).. กินยาไป จิบน้ำไปก็ได้นะลูก โห..แม่เห็นเท่านั้นแหละ ตวาดลั่น Office คนหันมามองกันเต็มเลย..ตวาดแว๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ขนาดกูแก่เท่ามึง กูยังกลัวเสียงมึงเลย อีแม่โรคจิต)..ทำหน้ายักษ์ จิ๊บส์ปาก ..เข็ดเีขี้ยวเคี้ยวฟัน "ทำไม ทำไม ใครบอกให้กินยากับกินน้ำ (พร้อมทำหน้ายักษ์ ตวาดปากกว้างแทบจะกินลูกได้เลยทีเดียว ซ้ำ ซ้ำ ซ้ำ พูดไปด่าไป ตะคอก ตวาดไป ไม่จบ) / ลูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงธรรมดา "ก็อี๊บอกลูกว่า..ยามันขมมาก กินยากินน้ำตามหน่อยก็ได้น่ะแม่" แม่ด่าทันที..อะไรวะ สมองคิดเหตุผลอธิบายลูกไม่เป็นเลยเหรอ อายุขนาดนี้ 40 กว่าแล้ว เป็นหัวหน้าคน ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระดับต้นแล้วด้วย.. ทำไมไม่มีความเป็นผู้ดี คำพูดแบบคนที่ได้รับการอบรม หรือผ่านการเข้าวัดเข้าวา ทำบุญ ฟังเทศน์ ฟัีงธรรม สวดชินบัญชร..ได้จนจบ..เป็นเรื่องเป็นราว / แถมด้วย ประชด .."งั้นกินยากินน้ำให้หมดเลย ยาเอาไปเททิ้ง ไม่ต้องกินแล้ว) / เราก็ได้แต่หน้าจ๋อย..กลัวมันด่าลูก อย่างเอาเป็นเอาตาย.. เฮ้อ..ชอบว่าลูก" ลูกท้าทายแม่ใช่มั๊ย" ซ้ำ ซ้ำ ซ้ำ (อีแม่บ้าอำนาจ) /ตอนกลับ เขาให้ตังค์เราอีก 1 พัน (เพราะเราบอกจะไปอยู่กำแพงเพชร ให้เป็นเหมือนช่วยค่ารถ) เราคืนให้แม่ไป.. แม่ยื่นให้ลูกชายบอกลูก "ลูก..เอาให้อี๊นะครับ "ลูกรับมาจากแม่ แล้วยื่นให้อี๊ (นั่งหน้ารถ) "ให้อี๊ครับ" (เราจำต้องยอมรับ) "ขอบคุณครับลูก".....
คุณเกษม พ่อ Ongsa ถ้าคุณอยากอ่าน ถ้าไม่อยากอ่าน ไม่อยากรับรู้ก็ไม่เป็นไร.. เพราะยังไง ลูกเขาก็คือลูกของเขา ตึก FORTUNE TOWN ชั้น 25 /แยกรัชดาฯ ถ้าแวะมาเจอ..โปรดอ่านด้วย.. / ภาพลวงตาที่คุณเห็น พ่อแม่ พูดกับลูกอย่างสุภาพ เพราะพริ้ง..จะซื้ออะไรก็ให้ จะกินอะไรก็ตามใจน่ะ ..อย่าได้ไว้วางใจ
คุณเกษม พ่อ Ongsa ตึก FORTUNE TOWN ชั้น 25 /แยกรัชดาฯ ถ้าแวะมาเจอ..โปรดอ่านด้วย.. / ภาพลวงตาที่คุณเห็น พ่อแม่ พูดกับลูกอย่างสุภาพ เพราะพริ้ง..จะซื้ออะไรก็ให้ จะกินอะไรก็ตามใจน่ะ ..อย่าได้ไว้วางใจ / เพราะลูกเขา ยังไงก็คือลูกของเขา เขาจะเลี้ยง จะสอนลูกอย่างไร..คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ทักท้วง.. บอก หรือแนะนำอะไรได้..เพราะเขาบอก "พ่อแม่ตีเขาตอนเด็ก ๆ ตีตายก็เคย..เลยทำให้เขา ทั้งพ่อ และแม่ของลูกเขา.. พ่อแม่เป็นคนดี (ที่ใน office มีใครคบหาด้วยความจริงใจบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้..แต่ที่รู้ ๆ คุณแม่เกลียดคนเกือบทั้งส่วน (สมัยก่อน) คนนอกฝ่ายก็เกลียดได้..ย้ายไปเป็นหัวหน้าเขา แม่ทำงานเก่งก็จริง.. แต่คนระดับหัวหน้าในนั้น แม่เคยเล่าให้ฟังว่า เขาพูด "ถ้าเขา(หัวหน้าอีกคน)เป็นหัวหน้าสูงกว่าเมื่อไหร่ จะเหยียบแม่(หัวหน้าใหม่)ให้จมดิน แสดงว่าพวกเขาเกลียดมาก" ..... / แต่ดูจากวิสัยทัศน์ วุฒิภาวะของความเป็นพ่อเป็นแม่ของ Ongsa ดูดี มีความคิด สุภาพ อ่อนโยน เพราะเห็นว่าลูก Ongsa เป็นสุภาพบุรุษ พูดจามีเหตุผล..ฟังคนอื่น มีข้อโต้แย้ง..พูดอย่างสุภาพ ไม่แสดงอารมณ์ ฉลาด.. พูดคำว่า "ผมผิดเองครับ ผมพูดผิดเองครับอี๊ เพื่อน(ชื่อลูก)เลยทำให้เพื่อนเข้าใจผิด คิดว่าผมให้เขา" ลูกของแม่นิสัยไม่ดีเลย เราถาม "ทำไมลูกถึงขอ Ongsa" ลูกตอบ "ก็เห็น Ongsa มีการ์ดเยอะแล้ว" / เราพูด "แล้วลูกก็เลยอยากได้ของคนอื่นเพราะว่าเขามีเยอะกว่างั้นหรือ..ทำไมลูกไม่คิดจะทำเอง ของเล่น เขาเล่นเกม กดได้ ถ้าลูกอยากได้ ลูกก็ต้องเล่นเกม กดเสี่ยงเลือกเอาการ์ดเองนะลูก" Ongsa ก็อธิบายว่า เขาเล่นเกมแล้วกดเสี่ยงว่าจะได้การ์ดรูปอะไร เลือกไม่ได้.. สุดท้ายลูกชายของแม่ก็ทำฟอร์ม งั้นขอแลกกับ Ongsa ในการ์ดที่มีซ้ำ .. / เราย้ำ Ongsa เอาไงลูก แลกคือแลก..ถ้าจะให้เลย หรือให้ยืม.. พูดบอกให้ชัดเจนนะครับลูก อย่าให้เพื่อน(ชื่อลูกชาย)เข้าใจทึกทักเอาเอง ว่า Ongsa ให้ขาด ให้เลย.. / จริง ๆ ก็รู้ว่า ว่าพ่อแม่โครตขี้เหนียว เกมห้าง เกมละ 30 บาท.. เกมเดียวยังไม่อยากให้เ่ล่นเลย.. แต่กลัวเสียหน้า.. เพราะคุณพ่อของ Ongsa ตั้งรางวัลไว้ ถ้าเด็ก ๆ 2 คนทำการบ้านเสร็จ จะให้รางวัลเล่นเกมคนละ 3 เกม.. Ongsa น่ะไม่เท่าไหร่ / อีตาพ่อสิ ทำปากหวาน ก้มคุยกับลูก "ปะป๊าขอต่อได้มั๊ยลูก จาก 3 เกม เหลือ 2 เกม.." เรื่องอะไรลูกจะยอม.. พ่อก็พูดต่ออยู่นั้นแหละ คือจะเอาชนะลูก.. (นี่นึกในใจ..โห.เราไม่เคยเห็นพูดกับลูกหวานขนาดนี้เลยนะเนี่ย..ต่อหน้าพ่อ Ongsa ทำไมถึงพูดกับลูกดีขนาดนี้นะ ปะป๊าขอต่อเหลือ 2 เกมพอนะ ปะป๊าขอนะ.." (ถ้าเป็นที่บ้าน.. โดนตะคอก..ลูก(ห้วนๆ) ทำไม..covuihjeknkxxijheofnkekd แล้วก็ไม้เรียวเพี๊ยะเลย.. (10 ปี 20 ปียังไงก็อย่างงั้น ผัวเมียคู่นี้ นิสัยไม่เปลี่ยน ความคิดไม่เปลี่ยน เมียจะ 50 ผัวน่ะ 50 กว่าแล้ว ผมขาวเยอะแล้ว)...
ถ้าแม่ไม่เสีย (ยายของลูกชาย).. ลูกจะไม่มีวันรู้จักอี๊เลย.. หน้าตากำลังน่ารักเลย..เล่นรถวิทยุบังคับ (สงสัยพ่อตอนเด็ก ๆ ไม่มีเล่น..เลยซื้อให้ลูกเล่น ตอนขวบกว่าก็เหมือนกัน)
ถ้าแม่ไม่เสีย (ยายของลูกชาย).. ลูกจะไม่มีวันรู้จักอี๊เลย.. หน้าตากำลังน่ารักเลย..เล่นรถวิทยุบังคับ (สงสัยพ่อตอนเด็ก ๆ ไม่มีเล่น..เลยซื้อให้ลูกเล่น ตอนขวบกว่าก็เหมือนกัน) / ไม่ซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการลูก (ไอ้เราขโมยเงินไปซื้อรถพลาสติกในห้าง อาจจะแพงกว่าข้างนอกหลายบาท แต่เลือกได้ตามสบาย..) ให้ลูก เอาเชือกผูกข้างหน้ารถ..เขาลากไป แล้วก็หันมามอง.. ตำราว่าไว้..ให้ลูกเล่นอะไรที่ทำให้สังเกต เล่นอย่างเป็นธรรมชาติ / ส่วนอีตาพ่อมันซื้อรถวิทยุบังคับ.. กดไป วิ่งไป ลูกก็กลัว..วิ่งหนี มาให้อี๊กอด วิ่งหนีขึ้นบันไดบ้าน..พอนานเข้า..ก็ไม่เล่นเลย. สักพักหลายวัน... ลูกเปิดประตูรถ..นั่น.. พยายามเอาขาจะเข้าในรถ ...เห็นก็ขำ แต่คิดอีกที.. ก็ทุเรศพ่อ..ซื้อมาชดเชยปมด้อยของตัวเอง.. . / อีกที ซื้อมอเตอร์วิทยุบังคับคันเล็ก ลูกก็หนี เช้าวันหนึ่ง พ่อเอาไปเล่นหน้าบ้าน วิ่งไปได้ไกล.. (ลูกเล่นเป็นที่ไหน).. พอเล่นในบ้าน..พอลูกคุ้นหน่อย..ก็เอาขาขึ้นนั่งคร่อมขี่.. แล้วก็เอา 2 ขาเดิน..เราก็ให้เขาเล่น.. พ่อกลับมาเห็นพอดี.. โวยวาย..ไม่ให้ลูกเล่นอย่างนั้น เดี๋ยวรถพัง..(อะไรวะ)... ลูกเล่นตามที่เขาถนัด ตามที่เขาคิดวิธีเล่นของเขาได้.. / ส่วนแม่ก็ซื้อหุ่นยนต์มาให้ เปิดสวิทช์ เดินได้ เอาขาเท้าไขว้สลับกัน มีเขี้ยวข้างในเท้า..เวลาเดินสลับ..เราก็หัดให้ลูกเล่น..ปรากฏว่า จับหุ่นยนต์ขึ้น นิ้วลูกไปติดในเขี้ยวที่เท้าสลับกันเวลาเดิน ร้องไห้ตกใจ..เราทำไงล่ะ ปิดสวิทช์ก็แ้ล้ว มันค้าง..ต้องดึงกระชากนิ้วอย่างแรง... ลูกก็กลัว..ไม่เล่นอีกเลย.. / วันที่แม่โทร.มาบอก ว่า "แม่" (ยายของลูกเสีย) ให้ไปร่วมงานศพ... (แม่เราให้เงินใส่ซองไป 2,000..ตอนพ่อเขาเสีย ใส่ซอง 500..ตอนเราไม่มีตังค์ ไปขอยืมเงินแม่ของลูก 3,000 ยังไม่ได้คืนเลย..ตอนพ่อเราตาย เราก็ไม่ได้บอกเขา ไม่ได้เรียกเขา..แม่เราถาม ทำไมไม่บอกเขา)... / คุยกับลูก เล่นกับลูก เหมือนเค้าไม่รู้จัก..ถามแม่ "แม่..ใครครับ" แม่คงเล่าให้ลูกฟัง.. ตอนเสร็จงานศพ เอารูปยายเข้าบ้าน เชิญเข้าบ้านแล้ว.. ตอนกลับ ลูกบอก "แม่บอก อี๊เลี้ยงลูกตอนเล็ก ๆ อี๊ไปนอนบ้านลูกน" อ้อนวอน สายตาน่าสงสารมาก..แต่เรื่องของผู้ใหญ่..มันก็คา แค้น ใจ กันอยู่ไม่ใช่น้อย..ไม่ใช่กลัวผียาย.. เลยปฏิเสธลูก ไม่ยอมไปนอนบ้านลูก.. / ดูเหมือนเขาจะหน้าตาเศร้า เสียใจ นิดหน่อย.. ต้องขอโทษลูกด้วยครับ...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)