วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เหตุเกิดที่ "วีรสุ" คุณป้า ..."แหมมาแต่เช้าเชียว ได้เก้าอี้แถวหน้า ๆ ใช่มั๊ยคะ"

เหตุเกิดที่ "วีรสุ" คุณป้า ..."แหมมาแต่เช้าเชียว ได้เก้าอี้แถวหน้า ๆ ใช่มั๊ยคะ / "อ๋อ ใช่ค่ะ หนูอยู่แถวเสาวรีย์ฯ มา 62 ต่อเดียวออกเช้าหน่อย ก็ได้แถวหน้า" / "อืม..งั้นพี่ขอฝากซื้อคิวได้มั๊ยคะ" / (แหม..ตามไม่ทันเรยเรา..สวนทันที) "ไม่ได้ค่ะ.. ใครมาก่อนก็ได้ก่อน ใครมาทีหลังก็ได้คิวหลัง... ดูอย่างพี่คนนั้นสิคะ..เขาอยู่จรัลสนิทวงศ์ 13 ออกจากบ้าน ตี 5 นั่งรถไฟฟ้ามา..ถ้าเราทำอย่างนี้ 1 คนฝากซื้อ 2 คิว ถ้า 3 คนหรือ 4 คน ฝากซื้อ..ก็เท่ากับเอาเปรียบ คนที่เขาพยายามมาให้เร็วที่สุด..ใช่มั๊ยคะ ..ไม่รู้่นะคะ พี่อาจจะไม่ชอบ แต่หนูก็คิดตรงๆ พูดตรง ๆอย่างนี้" / ป้า "ค่ะ พี่เข้าใจ น้องพูดถูกแล้ว" .......

ตระกูล "จงมีความสุข" ช่วยอ่านหน่อย ถ้าไม่รังเกียจ จากนังปู สุวรรณา (ลูกแซ่หยี น้องสาวคนเล็กของคุณเกียรติชัย จงมีความสุข" คุณทรงวุฒิ จงมีความสุข (ก๊อหมุก)

หนังสือราชการ "กรมธนารักษ์" ที่ กค0311/20230 การบอกเลิสัญญาเช่าที่ดินฯ ซอยพิพัฒน์ 2 หนังสือราชการ "กรมธนารักษ์" ที่ กค0311/20230 การบอกเลิสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณซอยพิพัฒน์ 2 / ผู้เช่ายินยอมให้บอกเลิสัญญาเช่าได้ .....ไม่น้อยกว่า 30 วัน.. ท่านและบริวารจะต้องออกจากที่ดินที่เช่า ขนย้ายทรัพย์สินของท่านฯ.....ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2556 / โทรศัพท์ 022782426 / ต้องใช้ใบเสริ็จค่าเช่าหลายใบ จากค่ตอบแทนการใช้ประโยชน์ฯ จะเพิ่มทุกๆ ปี..เงินประกันการเช่า.. / กรมธนารักษ์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินมาตั้งแต่ปี 2545 (10 ปีที่ผ่านมา) แต่เนื่องจากยังให้ผู้เช่าใช้ประโยชน์การที่ดินอยู่ตลอด 10 ปีที่ผ่า่นมา / การดำเนินโครงการใด ๆ ยังไม่มี เพราะยังอยู่ในระหว่างการศึกษาโครงการ การจะนำที่ดินผืนนี้ไปทำประโยชน์อื่นใด จะต้องเข้า ครม.ขออนุมัติก่อน..จึงจะทำการเปิดขายซองประมูลราคาได้.. เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ว่า "เบียร์ช้างประมูลได้แล้วแต่ยังไม่ได้ตกลงราคา" จึงไม่มีมูลความจริง.. (คาดว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เช่าที่ดินน่าจะต้องได้ข่าวสารข้อมูล เบาะแสมาบ้าง..ว่าทางการจะเอาที่ดินคืนเมื่อไหร่ ถึงแม้ทางการไม่บอก แต่ก็รู้กันทุกคนแล้วตั้งแต่ปี 2545 ว่ากรมธนารักษ์ได้บอกเลิกสัญญาเช่า และให้จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการใช้ประโยชน์..ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวหาบ้านที่อยู่ หาที่ทำมาหากินใหม่.. แต่ทำไม..นังปูถึงถูกขู่บังคับจะให้ขายของที่ร้านผัก แม้จนกระทั่งถึงวันนี้..ทั้ง ๆที่รู้ว่า ที่ดินพร้อมจะถูกเรียกคืนได้ทุกปี.. ก่อนหน้านี้.."เค้าจะทำอะไรมาขายหน้าบ้านดีมั๊ย" / "ไม่ต้องมาเลย..เดี๋ยวมากัดกับไอป๊อป" / "ตลอด 10 ปีที่นังปูออกจาก ไม่ได้ทำงาน" เล่าให้อี๊ฟัง / "จริงหรือ ..ตั้งแต่อออจากงาน พยายามหาที่เรียนทำขนมเบเกอรีื ทำอาหาร ไม่เคยมีใครส่งเสริม ที่ไปเรียนก็ใช้เงินเออร์ลี่ของตัวเอง..ไม่ได้ขอเงินพ่อ ไม่ได้ขอเงินแม่.. ตอนหนีไปอยู่กับสาว (แม่วูดดี้)..ก็ไม่มีใครตามกลับมาขายของอะไรเลย..ไม่มีใครถามว่ามีเงินใช้มั๊ย..กินอยู่สะดวกสะบาย สบายดีหรือไม่... ร่อนเร่ เป็นลูกจ้างขายซีดี อยู่ร้านซีดี ที่ปราจีนบุรี.. ได้เดือนละ 4,000 บาท..จ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,000 บาท..บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ยืมเงินเถ้าแก่มา..ตอนหลังไม่ทำ..ก็ต้องโทร.ไปขอยืมเงินแม่ 5,000 บาท แม่บอก "ไม่ค่อยมีเงินนะ" นั่งรถทัวร์ไปเอามาใช้หนี้ให้เถ่าแก่ก่อนออกจากลูกจ้างซีดี..ลูกสาวเขาก็เป็นคนดูถูกคน.. เรียกเขาว่า "เด็กนรก" / แล้วก็ร่อนเร่ไปไหนต่อไหน..ตั้งแต่ปี 2544- ตอนแรกแม่ให้เงินใช้เดือนละ 2,000 บาท แลกกับการอยู่ห้องเก็บของหลังบ้าน(เก็บของออกแ้ล้วทาสีใหม่ แต่สุดท้ายทำอาหารก็มีหนูวิ่งบนลูกกรงเหล็ก วิ่งบนเพดาน แมลงสาบยั๊วะเยี๊ยะ)ตอนหลังหนีไปอยู่บ้านสาว ขนเครื่องครัวทำเบเกอรี่ไปหมด ..ไม่มีเงินลงทุน ทำขนมขาย.. สุดท้ายก็ต้องหนีออกจากบ้านสาว (เพราะเขาเองก็จ๊นจน พี่น้องก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้)มีแต่บ้าที่พ่อแม่ยกให้อยู่อาศัยเท่านั้น น้ำยังต้องใช้น้ำฝนเลย ไม่มีน้ำประปา ใช้น้ำคลอง.. เีลี้ยงน้อง Poom เกิด พย.2547 (ตั้งแต่เกิดถึง 1 ขวบ 10 เดือน หนีออกจากบ้านเขา แล้วกลับไปอีก เขาให้เงินเป็นค่าเฝ้าบ้าน อยู่ถึง 2 ขวบ 3 เดือน ) หนีออกจากบ้านเขา 1 กพ.2550 ไปเช่าบ้านแถวนั้น..ไม่มีเงิน..เลยต้องขอกลับมาอยู่บ้าน..กลับมาได้อยู่ห้องเก็บของชั้น 2 (สกปรก รก เลอะเทอะ) ต้องเลื่อนโซฟาสีฟ้าของคุณป๊อปไปอีกครึ่งห้อง.. เหลือพื้นที่สำหรับทำกับข้าว เตียงไม้กระดาน นอนไม่ถึงครึ่งห้อง..ที่เหลือก็เก็บของสกปรกอย่างนั้น..ก็ต้องอยู่ หลังบ้านก็มีหนูวิ่งขึ้นมาแล้ว..ขี้หนูเต็มเลย.. ตากผ้าก็เหม็นอับ ไม่มีแดด...สรุปกลับมาอยู่ห้องเก็บของ ต้นปี 2550 จนถึงปี 2554 (ป๊าตาย 17 กพ.2554 ปีหน้า 2556 เื่ท่่ากับป๊าตายมา 2 ปีแล้ว) ...2550-2554 เท่่ากับอยู่บ้านดินแดง 4 ปี (อยู่ห้องดาดฟ้า ตอนหลัง)แม่ให้เงินใช้ตอนแรกเดือนละ 3,000 ,,แล้วก็มาเป็นเดือนละ 4,000 แล้วก็มาเป็นเดือนละ 5,000 แต่ปี 2553-2555 ปีนี้ หลังจากป๊าตายก็ไม่ได้ให้เงินใช้ฟรีๆ (แลกกับคำด่า "70 กว่ายังต้องเลี้ยง 40 กว่า หรือ 75 แล้วยังก็ต้องทำงานขายของเลี้ยง 45..ให้มาขายของที่ร้านผัก โชห่วย ก็ไม่มา ขี้เกียจ เอาแต่กินแล้วก็นอน ขี้เกียจ") /***********************แล้วพูดได้ยังไงว่า "10 ปีที่ผ่านมา นังปูไม่ได้ทำงาน" เลี้ยงน้อง Poom ได้ค่าเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 4,000 มาปี 2549 เขาถึงได้ให้เดือนละ 6,000 เขาบอกว่า "ให้เดือนละ 6,000 มาตั้งแต่ต้น..เพราะต้องแบ่งเงินใส่ซอง ค่าใช่จ่ายค่าฟอกไตแม่..และค่าเบี้ยเลี้ยงคนเลี้ยงลูกคนละ 6,000 บาท (ซึ่งความเป็นจริง 2 อาทิตย์ เขาจะให้ค่าเบี้ยเลี้ยง 2,000 (1เดือน 2 ครั้งก็เป็น 4,000) เอาเงินเข้าบัญชีธนาคาร แต่ตอนหลังจะไปแล้ว เลยฉีดสมุดบัญชีทิ้ง แต่จดไว้.. เขายังบอกว่า วันนี้ชนวันนี้ก็เท่ากับ วันนี้ชนวันนี้ ก็เท่ากับเป็นเดือนละ 6,000 ไง..(ความจริงเป็นไง จบบัญชี ใครโกงเรื่องตัวเลข.ไม่ได้หรอก รู้หมด) แต่เขาสามารถพูดว่า วันนั้นชนถึงวันนี้ เป็นเดือนละ 6 พัน.. (ตัวเลข ป.2 ยังดูเป็นเลย)....สรุป 2545-2550..นังปู สุวรรณา สุพรรณโกมุท ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากแม่ เป็นเวลา 5 ปี (ตอนเลี้ยงน้อง Poom พ่อ แม่ ก็ไม่ได้เรียกให้กลับมาดูแล..ไม่ได้เรียกให้กลับมาช่วยขายของ ไม่ได้ใ้ห้เงินฝากแม่น้อง Poom มาให้เราใช้..บอกแค่ ชื่อเราไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้าน 16/4 ซอยพิพัฒน์แล้ว อยู่ที่ทะเบียนบ้าน 138/2ซอยพิพัฒน์ 2..แล้วเราก็รับจ้างเลี้ยงเด็ก ด้วยค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาทต่อไป ..ไม่ได้เอาทางบ้านแม้แต่บาทเดียว... สรุป ตีให้ถัวเฉลี่ยเลย ปีแรก 2550เดือนละ 3,000 (ตก 36,000) ปีที่ 2 (2551) เดือนละ3,000(ตก 36,000) ปีที่ 3 เดือนละ 4,000 (ตก 48,000) ปีที่ 4 เดือนละ 5,000 (ตก 60,000) รวมที่ขอเงินแม่ใช้ (ทั้ง ๆ ที่ตอนเด็กทำงานขายของยืนขายให้ทุกอย่าง..ไม่เคยได้มอเตอร์ไซค์ ไม่เคยได้ค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ ไม่เคยได้กีตาร์ ไม่ได้ค่าจ้าง ค่าแรงแม้แต่บาทเดียว) ขายทอดมัน เงินก็ลงเก๊ะทุกบาททุกสตางค์ ... 2550-2554 รวม 5 ปี ประมาณเป็นเงิน 180,000 บาท...(แต่ถ้าแม่คิดว่า 10ปีที่เราไม่ได้ทำงาน แล้วขอเงินแม่ ก็ต้องเฉลี่ยออกมาเป็น ปีละ 18,000 บาท)..... เขียนโดย fannyknit ที่ 2:41 ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook

ตระกูล "สุพรรณโกมุท" ช่วยอ่านหน่อย ถ้าไม่รังเกียจ จาก นังปู สุวรรณา (ลูกแปะกวง สีลม)

หนังสือราชการ "กรมธนารักษ์" ที่ กค0311/20230 การบอกเลิสัญญาเช่าที่ดินฯ ซอยพิพัฒน์ 2 หนังสือราชการ "กรมธนารักษ์" ที่ กค0311/20230 การบอกเลิสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณซอยพิพัฒน์ 2 / ผู้เช่ายินยอมให้บอกเลิสัญญาเช่าได้ .....ไม่น้อยกว่า 30 วัน.. ท่านและบริวารจะต้องออกจากที่ดินที่เช่า ขนย้ายทรัพย์สินของท่านฯ.....ให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2556 / โทรศัพท์ 022782426 / ต้องใช้ใบเสริ็จค่าเช่าหลายใบ จากค่ตอบแทนการใช้ประโยชน์ฯ จะเพิ่มทุกๆ ปี..เงินประกันการเช่า.. / กรมธนารักษ์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินมาตั้งแต่ปี 2545 (10 ปีที่ผ่านมา) แต่เนื่องจากยังให้ผู้เช่าใช้ประโยชน์การที่ดินอยู่ตลอด 10 ปีที่ผ่า่นมา / การดำเนินโครงการใด ๆ ยังไม่มี เพราะยังอยู่ในระหว่างการศึกษาโครงการ การจะนำที่ดินผืนนี้ไปทำประโยชน์อื่นใด จะต้องเข้า ครม.ขออนุมัติก่อน..จึงจะทำการเปิดขายซองประมูลราคาได้.. เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ว่า "เบียร์ช้างประมูลได้แล้วแต่ยังไม่ได้ตกลงราคา" จึงไม่มีมูลความจริง.. (คาดว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เช่าที่ดินน่าจะต้องได้ข่าวสารข้อมูล เบาะแสมาบ้าง..ว่าทางการจะเอาที่ดินคืนเมื่อไหร่ ถึงแม้ทางการไม่บอก แต่ก็รู้กันทุกคนแล้วตั้งแต่ปี 2545 ว่ากรมธนารักษ์ได้บอกเลิกสัญญาเช่า และให้จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการใช้ประโยชน์..ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวหาบ้านที่อยู่ หาที่ทำมาหากินใหม่.. แต่ทำไม..นังปูถึงถูกขู่บังคับจะให้ขายของที่ร้านผัก แม้จนกระทั่งถึงวันนี้..ทั้ง ๆที่รู้ว่า ที่ดินพร้อมจะถูกเรียกคืนได้ทุกปี.. ก่อนหน้านี้.."เค้าจะทำอะไรมาขายหน้าบ้านดีมั๊ย" / "ไม่ต้องมาเลย..เดี๋ยวมากัดกับไอป๊อป" / "ตลอด 10 ปีที่นังปูออกจาก ไม่ได้ทำงาน" เล่าให้อี๊ฟัง / "จริงหรือ ..ตั้งแต่อออจากงาน พยายามหาที่เรียนทำขนมเบเกอรีื ทำอาหาร ไม่เคยมีใครส่งเสริม ที่ไปเรียนก็ใช้เงินเออร์ลี่ของตัวเอง..ไม่ได้ขอเงินพ่อ ไม่ได้ขอเงินแม่.. ตอนหนีไปอยู่กับสาว (แม่วูดดี้)..ก็ไม่มีใครตามกลับมาขายของอะไรเลย..ไม่มีใครถามว่ามีเงินใช้มั๊ย..กินอยู่สะดวกสะบาย สบายดีหรือไม่... ร่อนเร่ เป็นลูกจ้างขายซีดี อยู่ร้านซีดี ที่ปราจีนบุรี.. ได้เดือนละ 4,000 บาท..จ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,000 บาท..บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ยืมเงินเถ้าแก่มา..ตอนหลังไม่ทำ..ก็ต้องโทร.ไปขอยืมเงินแม่ 5,000 บาท แม่บอก "ไม่ค่อยมีเงินนะ" นั่งรถทัวร์ไปเอามาใช้หนี้ให้เถ่าแก่ก่อนออกจากลูกจ้างซีดี..ลูกสาวเขาก็เป็นคนดูถูกคน.. เรียกเขาว่า "เด็กนรก" / แล้วก็ร่อนเร่ไปไหนต่อไหน..ตั้งแต่ปี 2544- ตอนแรกแม่ให้เงินใช้เดือนละ 2,000 บาท แลกกับการอยู่ห้องเก็บของหลังบ้าน(เก็บของออกแ้ล้วทาสีใหม่ แต่สุดท้ายทำอาหารก็มีหนูวิ่งบนลูกกรงเหล็ก วิ่งบนเพดาน แมลงสาบยั๊วะเยี๊ยะ)ตอนหลังหนีไปอยู่บ้านสาว ขนเครื่องครัวทำเบเกอรี่ไปหมด ..ไม่มีเงินลงทุน ทำขนมขาย.. สุดท้ายก็ต้องหนีออกจากบ้านสาว (เพราะเขาเองก็จ๊นจน พี่น้องก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้)มีแต่บ้าที่พ่อแม่ยกให้อยู่อาศัยเท่านั้น น้ำยังต้องใช้น้ำฝนเลย ไม่มีน้ำประปา ใช้น้ำคลอง.. เีลี้ยงน้อง Poom เกิด พย.2547 (ตั้งแต่เกิดถึง 1 ขวบ 10 เดือน หนีออกจากบ้านเขา แล้วกลับไปอีก เขาให้เงินเป็นค่าเฝ้าบ้าน อยู่ถึง 2 ขวบ 3 เดือน ) หนีออกจากบ้านเขา 1 กพ.2550 ไปเช่าบ้านแถวนั้น..ไม่มีเงิน..เลยต้องขอกลับมาอยู่บ้าน..กลับมาได้อยู่ห้องเก็บของชั้น 2 (สกปรก รก เลอะเทอะ) ต้องเลื่อนโซฟาสีฟ้าของคุณป๊อปไปอีกครึ่งห้อง.. เหลือพื้นที่สำหรับทำกับข้าว เตียงไม้กระดาน นอนไม่ถึงครึ่งห้อง..ที่เหลือก็เก็บของสกปรกอย่างนั้น..ก็ต้องอยู่ หลังบ้านก็มีหนูวิ่งขึ้นมาแล้ว..ขี้หนูเต็มเลย.. ตากผ้าก็เหม็นอับ ไม่มีแดด...สรุปกลับมาอยู่ห้องเก็บของ ต้นปี 2550 จนถึงปี 2554 (ป๊าตาย 17 กพ.2554 ปีหน้า 2556 เื่ท่่ากับป๊าตายมา 2 ปีแล้ว) ...2550-2554 เท่่ากับอยู่บ้านดินแดง 4 ปี (อยู่ห้องดาดฟ้า ตอนหลัง)แม่ให้เงินใช้ตอนแรกเดือนละ 3,000 ,,แล้วก็มาเป็นเดือนละ 4,000 แล้วก็มาเป็นเดือนละ 5,000 แต่ปี 2553-2555 ปีนี้ หลังจากป๊าตายก็ไม่ได้ให้เงินใช้ฟรีๆ (แลกกับคำด่า "70 กว่ายังต้องเลี้ยง 40 กว่า หรือ 75 แล้วยังก็ต้องทำงานขายของเลี้ยง 45..ให้มาขายของที่ร้านผัก โชห่วย ก็ไม่มา ขี้เกียจ เอาแต่กินแล้วก็นอน ขี้เกียจ") /***********************แล้วพูดได้ยังไงว่า "10 ปีที่ผ่านมา นังปูไม่ได้ทำงาน" เลี้ยงน้อง Poom ได้ค่าเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 4,000 มาปี 2549 เขาถึงได้ให้เดือนละ 6,000 เขาบอกว่า "ให้เดือนละ 6,000 มาตั้งแต่ต้น..เพราะต้องแบ่งเงินใส่ซอง ค่าใช่จ่ายค่าฟอกไตแม่..และค่าเบี้ยเลี้ยงคนเลี้ยงลูกคนละ 6,000 บาท (ซึ่งความเป็นจริง 2 อาทิตย์ เขาจะให้ค่าเบี้ยเลี้ยง 2,000 (1เดือน 2 ครั้งก็เป็น 4,000) เอาเงินเข้าบัญชีธนาคาร แต่ตอนหลังจะไปแล้ว เลยฉีดสมุดบัญชีทิ้ง แต่จดไว้.. เขายังบอกว่า วันนี้ชนวันนี้ก็เท่ากับ วันนี้ชนวันนี้ ก็เท่ากับเป็นเดือนละ 6,000 ไง..(ความจริงเป็นไง จบบัญชี ใครโกงเรื่องตัวเลข.ไม่ได้หรอก รู้หมด) แต่เขาสามารถพูดว่า วันนั้นชนถึงวันนี้ เป็นเดือนละ 6 พัน.. (ตัวเลข ป.2 ยังดูเป็นเลย)....สรุป 2545-2550..นังปู สุวรรณา สุพรรณโกมุท ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากแม่ เป็นเวลา 5 ปี (ตอนเลี้ยงน้อง Poom พ่อ แม่ ก็ไม่ได้เรียกให้กลับมาดูแล..ไม่ได้เรียกให้กลับมาช่วยขายของ ไม่ได้ใ้ห้เงินฝากแม่น้อง Poom มาให้เราใช้..บอกแค่ ชื่อเราไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้าน 16/4 ซอยพิพัฒน์แล้ว อยู่ที่ทะเบียนบ้าน 138/2ซอยพิพัฒน์ 2..แล้วเราก็รับจ้างเลี้ยงเด็ก ด้วยค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาทต่อไป ..ไม่ได้เอาทางบ้านแม้แต่บาทเดียว... สรุป ตีให้ถัวเฉลี่ยเลย ปีแรก 2550เดือนละ 3,000 (ตก 36,000) ปีที่ 2 (2551) เดือนละ3,000(ตก 36,000) ปีที่ 3 เดือนละ 4,000 (ตก 48,000) ปีที่ 4 เดือนละ 5,000 (ตก 60,000) รวมที่ขอเงินแม่ใช้ (ทั้ง ๆ ที่ตอนเด็กทำงานขายของยืนขายให้ทุกอย่าง..ไม่เคยได้มอเตอร์ไซค์ ไม่เคยได้ค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ ไม่เคยได้กีตาร์ ไม่ได้ค่าจ้าง ค่าแรงแม้แต่บาทเดียว) ขายทอดมัน เงินก็ลงเก๊ะทุกบาททุกสตางค์ ... 2550-2554 รวม 5 ปี ประมาณเป็นเงิน 180,000 บาท...(แต่ถ้าแม่คิดว่า 10ปีที่เราไม่ได้ทำงาน แล้วขอเงินแม่ ก็ต้องเฉลี่ยออกมาเป็น ปีละ 18,000 บาท)..... เขียนโดย fannyknit ที่ 2:41 ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook

"เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" ท่านผู้ดำเนินรายการกล่าว "นิมนต์พระอาจารย์ทั้งที่ดังและไม่ดัง ไม่อยากให้ยึดติดกับพระ"

"เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" ท่านผู้ดำเนินรายการกล่าว "นิมนต์พระอาจารย์ทั้งที่ดังและไม่ดัง ไม่อยากให้ยึดติดกับพระ" / อันนี้ถูกต้องมาก ๆ เห็นด้วยค่ะ..พระอาจารย์ พระพรหมบัณฑิต ท่านบรรยายธรรมให้สนุกมากค่ะ... หัวเราะกันทั้งห้องเลย.. "คนเราต้องมีความหวัง...ปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้" ......

"เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" ศุกร์ ที่ผ่านมาสิ้นปี

"เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" ศุกร์ ที่ผ่านมาสิ้นปี / เรานั่งถักโคร์เชต์เอาเก้าอี้มานั่งแอบ ๆ ไม่ให้เกะกะ พี่คนหนึ่งนั่งกับพื้นปู นสพ. รปภ.บอก "รบกวนกระเถิบหน่อยนะครับ"... พี่คนนี้พูด "ไม่ชอบเลย คนไม่ดี ชอบมาพูดคนโน้นแซง คนนี้แซง ชอบมาจำผิดคน (เข้าใจคำว่า ."จับผิด" ผิดความหมายไปหรือเปล่าคะ ที่ฉันพูดคือเห็นพบโดยทันที ..ไม่ได้มาเฝ้าทุกคนตลอดเวลา) แซงแค่คนจะตายหรือยังไง" เราสวนทันที "พี่คะ..หนูก็ไม่ชอบพวกแซง หนูไม่เคยแซงใคร แต่ถ้าใครมาแซงหนูก็สวนทันที.. ถ้าคนไทยขยันแซง แล้วจะพัฒนาความคิดเป็นอารยชน เหมือนพวกฝรั่งอเมริกันได้หรือคะ.. คนไทยก็ไม่ีมีระเบียบ เห็นแก่ตัวตลอดไป.." / ประตูเปิดแล้ว..มาแล้ว พี่ผู้ชายวัย 50 มาเลย.. ผมขอเข้่าก่อนนะครับ ไม่ได้รับของว่าง มีพี่คนหนึ่งถาม "เป็นเจ้าหน้าที่หรือคะ" / ตอบ "ครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่อาสา" เราก็เดินไป เขาก็พูดอีก "ผมไม่ได้รับของว่าง ผมมีสิทธิ์เข้าก่อน" เราพูดเลย "มีสิทธิ์" อื้ม..เข้าใจระ... (พอเรารับของว่างเสร็จ วันนี้รู้ว่าจะมา ..เอาถ้วยบ 7-11 สีน้ำตาล ล้าง..แล้วมารับโอวัลตินซอง..เพราะเห็นคนใช้เสร็จแล้วก็ทิ้ง)... เดินเข้ามาโต๊ะกลมห้องโถง พี่ผู้ชาย ควักเอาเอกสารจากถุง (ทำจากกระดาษห่อกระดาษถ่ายเอสาร) หยิบเอกสารออกมาวางให้..ประมาณว่าแจกฟรี.. อาทิตย์ก่อนหลวมตัวหยิบมา 1 ชุด.. สิทธิ์ใหญ่ขนาดนี้ เห็นทีเราจะไม่ขอรับของฟรี..ซึ่งอาจไม่มีที่มาจากพระอาจารย์ผู้บรรยาย... / เดินเข้ามาอีก พี่ผู้หญิง (ไม่รู้ว่าจะใช่คนเดียวกันกับอาทิตย์ก่อนหรือเปล่า) เอาถ้วย(ใหม่) กดน้ำร้อนใส่ เขย่า ๆ วน ๆ แล้วเทน้ำร้อนทิ้งในถังขยะ (ถ้ากลัวสกปรก ทำไมไม่ไปล้างในห้องน้ำ..ไม่ได้ห่างจากโต๊ะวางหม้อน้ำร้อนเลย.) ถ้ามีอีก 10 คนกดน้ำร้อนล้างถ้วยแบบพี่.. ก็อาจจะเสียน้ำร้อนที่จะชงเครื่องดื่มได้อีก 1 ถ้วย.. (นี่น่ะหรือ..ผู้รับธรรมดา บ่มจิตและความคิด) ...

Central World รปภ.G4S หน้าร้าน Most Burger

Central World รปภ.G4S หน้าร้าน Most Burger / วันนี้เดินซื้อหนังสือที่ร้าน Kinokuniya ชั้น 6 Central World หนังสือนิตติงโคร์เชต์ เล่มละ 220 น้องใส่ถุงพอดีเป๊ะกับความกว้างของเล่มเลย..บอกน้อง "ขอเปลี่ยนถุงใหญ่กว่านี้นิดนึงได้มั๊ย เผื่อใส่ปก" (เป๊ะขนาดนั้น จะเอาออกถุงเีบียด ๆ หน่อยนะคะ) น้องก็ยอมเปลี่ยนให้ 220 บาท...ไปซุ้มห่อปก น้องหยิบปกพอดีกับเล่ม.. ขอเปลี่ยนเป็น "ใหญ่กว่าหน่อยนึง พี่จะหุ้มด้านล่างด้วย ยอมตัดออก" (ห่อแบบนี้ทนกว่า) น้องก็เปลี่ยนให้ ขอบคุณมากค่ะ.... / เดินลงมาชั้น 3 แวะดูหนังสือร้าน Pinn ...ไม่ได้ซื้อ (ไม่มีตังค์แล้วอ่ะ) เดินเข้าห้องน้ำ.. เดินไปซื้อ เฟรนช์ฟราย์ ร้าน Most Burger เป็นประจำ ต่อด้วยโค้กกด 1 ถ้ืวย / คงจะเที่ยง คนแน่นร้านเลย.. ก็เหมือนทุกที ซื้อแบบกลับบ้าน แล้วควักเก้าอี้สีหวาน ออกมานั่งข้าง ๆ กระถางต้นไม้.. กำลังนั่งจกอย่างเพลิดเพลิน.. รปภ.G4S เดินมาห่างจากที่เรานั่ง 3-4 ก้าว... รู้สึกได้ทันที คุณรปภ.ผู้ชาย หันมาเหล่ก้มต่ำ มองถุงหิ้วของเรา (ครั้งแรก เราทำไม่สนใจ) เหล่ครั้งที่ 2 (เอ๊ะ มึงจะเอายังไงกับกู..ทำเป็นไม่มอง จกต่อ) ...รปภ.เหล่ครั้งที่ 3 หันไปมองเลย (เอาไง) ...เขาพูดทันที "ตรงนี้ห้ามนั่งกิน ให้ไปนั่งที่นั่งวงกลมนั่น ห้ามนั่งตรงนี้" งั้นเหรอ.. พอดีมือไม่ว่างกำลังจก มือซ้ายถือถ้วยซอสมะเขือเทศ.. เอางี้ ใช้ปลายเท้าเขี่ยเก้าอี้ไปข้างตะกร้า... (ก่อนนั่งเราก็ประมาณตนแล้วว่า ..ไม่เกะกะชาวบ้าน ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน) ....มองไป เก้าอี้วงกลมแบ่งเป็น 4 ส่วน.. เหลือที่ันั่ง 1 ส่วน... ขี้่เกียจหิ้วตระกร้า.. เลยยืนจกมันซะตรงนั้นเลย..จะมีปัญหามั๊ย (สงสัยถ้าเป็นชาวต่างชาติ เมื่อยนั่งจ๋อมเป็นทีมบนพื้น รปภ. G4S จะบอกเขา ไล่ให้ไปนั่งที่..ที่ CW จัดไว้ให้..) สรุป.. รปภ.G4S ท่านเนี้ย.. มีสมองและความฉลาด มีตับแต่..ไม่มีกึ๋น..

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สุภาษิตจีนว่า "10 ปี ล้างแค้น..ก็ยังไม่สาย" สุวรรณา สุพรรณโกมุท ต้องไปรับจ้างทำงานแม่บ้าน ล้างส้วม หาเงินซื้อปืน...

สุภาษิตจีนว่า "10 ปีแก้แค้น..ก็ยังไม่สาย" สุวรรณา สุพรรณโกมุท ต้องไปรับจ้างทำงานแม่บ้าน ล้างส้วม หาเงินซื้อปืน... / เพราะป๊าให้ใช้เดือนละ 2,000 บาท ไม่พอกิน.. (คุณป๊อป สุชาติ สุพรรณโกมุทได้ เดือนละ 30,000 บาท จากค่าเช่าห้องที่หนองจอก)... ความฝันอันสูงสุดคือ..จะต้องซื้อปืนให้ได้สักกระบอก.. อย่างมีใบอนุญาตครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.. และใบอนุญาตพกพาอาุวุธปืน... แต่คงไม่สามารถพกปืนไปในที่สาธารณะ...กู นังปู สุวรรณา สุพรรณโกมุท จะนั่งรอพวกมึง.. ไม่ว่าเป็นใครก็แล้วแต่.. แม้กระทั่ง คนที่ไม่ต้องทำงานอะไรเลย แต่ได้เิงินช่วยเหลือไปกินไปใช้ ให้ยืมเงินไปเรียนปริญญาโท นิด้า..(เขาบอกไม่ได้ส่งเสียให้เรียน..แค่ให้ช่วยค่ากินค่ารถนิด ๆ หน่อย ๆ..ความจริงคือ...)... หรือไอ้พวกเก่งแต่ปาก..พวกสันดานนรก ที่เคยด่ากูสารพัด ทำกับกูทุกอย่าง ที่พวกมันจะคิดได้.. ...กู นังปูสุวรรณา สุพรรณโกมุท จะต้องไปรับจ้างทำงานแม่บ้าน ล้างส้วม..หาเงิน เก็บเงินซื้อปืนสักกระบอก ลูกกระสุนด้วย.. ถ้าจะให้แรง ก็ต้อง ออโตเมติก 9 มม. (mm.) ยี่ห้อไหนก็ได้.. จำไว้... "10 ปี ล้างแค้น ...ก็ยังไม่สาย" พ่อมา..กูยิง แม่มา..กูยิง ลูกสาวมันมา..กูยิง.. น้องรักหลินเหี้ยมา.กูยิง... (คุกมีไว้ให้ออกำลังกายอย่างเป็นระเบียบ..มีข้าวกินฟรี มีชุดเครื่องแบบให้ฟรี)....